คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแห่งเกาหลีใต้ สั่งปรับ "Coupang" แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ เป็นเงินจำนวนมหาศาลกว่า 624,680 ล้านวอน หรือราว 1.34 หมื่นล้านบาท หลังสืบสวนพบระบบรักษาความปลอดภัยหละหลวม ทำข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า 37.5 ล้านบัญชีรั่วไหล
คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแห่งเกาหลีใต้ (PIPC) ได้ประกาศลงโทษปรับเงินบริษัท Coupang (คูปัง) ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซที่มักได้รับการขนานนามว่าเป็น "Amazon แห่งเกาหลีใต้" เป็นจำนวนเงินสูงถึง 624,680 ล้านวอน หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 1.34 หมื่นล้านบาท
บทลงโทษดังกล่าวถือเป็นมูลค่าค่าปรับที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในคดีข้อมูลรั่วไหลของประเทศเกาหลีใต้ สูงกว่าสถิติเดิมของบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือรายใหญ่อย่าง SK Telecom ที่เคยถูกสั่งปรับไปราว 88 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปีที่ผ่านมา โดย PIPC ระบุความผิดว่า Coupang ละเลยต่อการปฏิบัติตามข้อผูกพันด้านความปลอดภัย และมีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนโดยไม่มีฐานทางกฎหมายรองรับ
จากการสืบสวนของทางการเกาหลีใต้พบว่า ความผิดพลาดเกิดจากการขาดมาตรการป้องกันขั้นพื้นฐานที่เหมาะสม รวมถึงการบริหารจัดการคีย์สำหรับถอดรหัสลงนามที่ไร้ประสิทธิภาพ และการควบคุมการเข้าถึงระบบที่หละหลวม ส่งผลให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบัญชีผู้ใช้งานราว 37.5 ล้านรายถูกเปิดเผยสู่ภายนอก ซึ่งตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดในเกาหลีใต้ที่มีอยู่ราว 50 ล้านคน
สำหรับข้อมูลที่รั่วไหลประกอบด้วย ชื่อลูกค้า, ข้อมูลการติดต่อ, รายละเอียดการจัดส่งสินค้า และประวัติการสั่งซื้อ ยิ่งไปกว่านั้น PIPC ยังตรวจพบว่า Coupang ได้แอบลักลอบเก็บข้อมูลบันทึกกิจกรรมออนไลน์ของผู้ซื้อสินค้าราว 11.17 ล้านรายจากเว็บไซต์และแอปพลิเคชันบุคคลที่สาม แล้วนำมาจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลในรูปแบบที่สามารถระบุตัวตนบุคคลได้ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
...
นอกจากนี้ ซง คย็อง-ฮี ประธาน PIPC แถลงว่า ตามกฎหมายระบุว่าบริษัทต้องแจ้งเหตุให้ผู้เสียหายทราบภายใน 72 ชั่วโมง แต่ Coupang กลับ "แจ้งเหตุล่าช้าปัดความรับผิดชอบ" ส่งผลให้ประชาชนไม่ทราบเรื่องและสูญเสียโอกาสในการระวังป้องกันความเสียหายซ้ำซ้อนที่อาจตามมา
วิกฤตดังกล่าวเริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ผ่านเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ ก่อนจะถูกร้องเรียนและปรากฏเป็นข่าวในเดือนพฤศจิกายน ในช่วงแรกบริษัทแจ้งว่าพบข้อมูลรั่วไหลเพียง 4,500 บัญชี ก่อนที่การตรวจสอบภายในภายหลังจะพบว่ามีบัญชีที่น่าจะถูกเปิดเผยถึงเกือบ 34 ล้านบัญชี ขณะที่ตัวเลขของรัฐบาลระบุว่าสูงถึง 37.5 ล้านบัญชี อย่างไรก็ตาม ล่าสุด Coupang ยังคงยืนกรานสู้คดีในชั้นศาลว่ามีข้อมูลที่ได้รับผลกระทบจริง ๆ เพียง 3,000 รายการเท่านั้น
หลังเกิดเหตุดังกล่าว นายพัก แด-จุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Coupang ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งทันทีเพื่อเป็นการน้อมรับความผิดและขอโทษต่อสาธารณชน โดยมีนายฮาโรลด์ โรเจอร์ส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร เข้ามารับตำแหน่งซีอีโอชั่วคราว
ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซระบุในแถลงการณ์ว่า บริษัทเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อความกังวลที่เกิดขึ้นกับลูกค้าและสาธารณชน พร้อมรับปากจะยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้เข้มงวดขึ้น "อย่างไรก็ดี เรารู้สึกเสียใจที่มาตรการเชิงรุกที่บริษัททำเพื่อป้องกันความเสียหาย รวมถึงคำชี้แจงบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่ชัดเจน ไม่ได้รับการพิจารณาอย่างเพียงพอในมติของคณะกรรมการ และเราคาดหวังว่าข้อเท็จจริงทั้งหมดจะถูกพิสูจน์ให้กระจ่างแจ้งผ่านกระบวนการทางกฎหมายต่อไป"
ประเด็นที่น่าจับตามองที่สุดคือ คดีนี้กำลังกลายเป็นชนวนเหตุความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ เนื่องจากบริษัท Coupang เป็นบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศสหรัฐฯ และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก แม้ว่ารายได้หลักเกือบทั้งหมดจะมาจากตลาดเกาหลีใต้ก็ตาม
ที่ผ่านมา สมาชิกพรรครีพับลิกันของสหรัฐฯ ได้ออกมาโจมตีว่าการสืบสวนของเกาหลีใต้ถือเป็น "มาตรการกำกับดูแลที่เลือกปฏิบัติ" ต่อภาคธุรกิจอเมริกัน ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ถึงขั้นขู่ว่าจะระงับการเจรจาความมั่นคงระดับสูงกับเกาหลีใต้ เว้นแต่จะมีการการันตีความคุ้มครองทางกฎหมายให้แก่ นายคิม บอม-ซุก ประธานกรรมการของ Coupang ซึ่งมีสัญชาติอเมริกัน
ด้าน คิม แด-จง ศาสตราจารย์ด้านธุรกิจจากมหาวิทยาลัยเซจงในกรุงโซล วิเคราะห์ว่า “มูลค่าค่าปรับที่สูงลิ่วเกินกว่ากรณีของ SK Telecom อาจนำไปสู่เสียงต่อต้านอย่างรุนแรงจากฝั่งสหรัฐฯ เพราะสหรัฐฯ จะมองว่านี่คือการลงโทษที่เกินกว่าเหตุ และทาง Coupang จะเดินหน้าสู้คดีในชั้นศาลจนถึงที่สุดอย่างแน่นอน".
ที่มา AFP / BBC