สถานการณ์ความไม่สงบในไอร์แลนด์เหนือทวีความรุนแรงต่อเนื่องเป็นคืนที่สอง ตำรวจปราบจลาจลต้องใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงสลายฝูงชน หลังชนวนเหตุคดีชายชาวซูดานก่อเหตุไล่แทงชายท้องถิ่นจนบาดเจ็บและสูญเสียดวงตา ลุกลามกลายเป็นการประท้วงต่อต้านผู้อพยพครั้งใหญ่
ตำรวจไอร์แลนด์เหนือใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าสลายฝูงชนที่ก่อความไม่สงบบริเวณวงเวียนแซนดีโนวส์ ในเมืองเกลนกอร์มลีย์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเบลฟาสต์ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 มิ.ย.) หลังเกิดเหตุจลาจลและการประท้วงรุนแรงเป็นคืนที่สองติดต่อกัน
เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มผู้ก่อเหตุที่ขว้างอิฐ ขวดแก้ว และเศษไม้ใส่แนวเจ้าหน้าที่ แม้จะมีการส่งกำลังเสริมเข้าควบคุมสถานการณ์ แต่เหตุความรุนแรงในคืนวันพุธยังถือว่าเบากว่าเหตุการณ์จลาจลในคืนวันอังคาร
ภาพจากพื้นที่เกิดเหตุแสดงให้เห็นกลุ่มคนหลายสิบคนสวมเสื้อผ้าสีดำและปกปิดใบหน้า รื้อถอนรั้วและทางเข้าบ้านเรือนใกล้เคียงเพื่อนำมาใช้เป็นอาวุธขว้างปา นอกจากนี้ยังมีการจุดไฟเผารถขนาดใหญ่ของกรมโครงสร้างพื้นฐาน และเผาถังขยะหลายจุด
กลุ่มผู้ก่อเหตุยังพยายามวางเพลิงอาคารร้าง รวมถึงขว้างระเบิดเพลิงใส่แนวตำรวจ โดยมีรายงานว่าพวกเขาพยายามเข้าใกล้โรงแรมแห่งหนึ่งที่ใช้เป็นที่พักของผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัย
ผลกระทบจากความไม่สงบทำให้ระบบขนส่งสาธารณะทั่วไอร์แลนด์เหนือต้องหยุดให้บริการชั่วคราวในวันพุธ โรงเรียนหลายแห่งปิดการเรียนการสอนก่อนเวลา ขณะที่ธุรกิจจำนวนมากในใจกลางกรุงเบลฟาสต์ปิดทำการตั้งแต่ช่วงเที่ยง ส่งผลให้ย่านธุรกิจสำคัญแทบร้างผู้คน
แม้จะมีการชุมนุมในหลายพื้นที่ของไอร์แลนด์เหนือ แต่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นไปอย่างสงบ โดยในย่านตะวันออกของเบลฟาสต์ มีผู้ชุมนุมประมาณ 150 คนภายใต้การดูแลของตำรวจจำนวนมาก และมีการจับกุมเพียงเล็กน้อย ขณะที่เมืองโคเลอเรน ในเคาน์ตีลอนดอนเดอร์รี มีประชาชนกว่า 100 คนรวมตัวประท้วงใกล้มหาวิทยาลัยอัลสเตอร์ ก่อนแยกย้ายโดยไม่มีเหตุรุนแรง
...
ชนวนของเหตุการณ์ครั้งนี้มาจากคดีทำร้ายร่างกายในเบลฟาสต์เมื่อวันจันทร์ (8 มิ.ย.) โดยนายฮาดี อโลดิด ชายวัย 30 ปี ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในซูดาน ถูกนำตัวขึ้นศาลและถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่า หลังถูกกล่าวหาว่าใช้มีดทำร้าย สตีเฟน โอกิลวี ชายวัย 40 เศษ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส นายโอกิลวีสูญเสียดวงตาซ้าย ได้รับความเสียหายที่ดวงตาขวา รวมถึงบาดแผลบริเวณคอและแผ่นหลัง โดยครอบครัวเปิดเผยล่าสุดว่าอาการของเขาทรงตัวแล้ว พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนใช้แนวทางการประท้วงอย่างสันติ และย้ำว่าผู้อพยพจำนวนมากมีบทบาทสำคัญต่อสังคม
อย่างไรก็ตาม เหตุโจมตีและกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเชื้อชาติของผู้ต้องหาได้จุดชนวนให้เกิดการประท้วงในหลายพื้นที่ของไอร์แลนด์เหนือเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยกลุ่มชายสวมหน้ากากได้วางเพลิงบ้านเรือน รถยนต์ และรถโดยสารหลายคัน โดยเฉพาะในเบลฟาสต์ ทำให้หลายครอบครัวต้องอพยพออกจากบ้าน
รัฐมนตรีของสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่า มีประชาชนอย่างน้อย 27 คนกลายเป็นคนไร้ที่อยู่อาศัย หลังกลุ่มผู้ก่อเหตุเดินเคาะประตูบ้านเพื่อตามหาชาวต่างชาติ ขณะที่ทารกวัยเพียง 2 เดือนรายหนึ่งได้รับการช่วยเหลือออกจากพื้นที่อันตรายระหว่างเหตุความรุนแรง ตำรวจยังเตือนว่า การเผยแพร่ที่อยู่ของบุคคลหรือทรัพย์สินผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อระบุเป้าหมาย อาจเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและทำให้ชีวิตของผู้คนตกอยู่ในความเสี่ยง
ด้านสภาการพยาบาลแห่งสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่า พยาบาลบางรายถูกกลุ่มชายสวมหน้ากากขัดขวางระหว่างเดินทางไปทำงาน โดยถูกเรียกตรวจเอกสารประจำตัว ขณะที่พยาบาลจากต่างประเทศหลายคนอยู่ในภาวะหวาดกลัวอย่างหนัก
นายเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กล่าวว่า แม้ประชาชนจะรู้สึกสะเทือนใจกับเหตุแทงชายในเบลฟาสต์ แต่การใช้ความรุนแรง การวางเพลิง และการโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อาจยอมรับได้
ขณะที่ เคมี บาเดน็อค ผู้นำพรรคอนุรักษนิยม ระบุว่าประชาชนมีสิทธิไม่พอใจและคาดหวังให้รัฐบาลควบคุมพรมแดนอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ไม่มีใครมีสิทธิขับไล่ครอบครัวออกจากบ้าน เผาทรัพย์สินสาธารณะ หรือทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ด้านรัฐบาลท้องถิ่นสตอร์มอนต์ได้จัดประชุมฉุกเฉินและออกแถลงการณ์ร่วมประณามเหตุจลาจล พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติความรุนแรง โดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อชุมชน ก่อให้เกิดความหวาดกลัว และทำให้ชีวิตของผู้บริสุทธิ์ตกอยู่ในความเสี่ยง
ขณะที่ผู้บัญชาการตำรวจไอร์แลนด์เหนือเรียกร้องให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อกระแสข้อมูลบนโลกออนไลน์หรือการปลุกปั่นจากบุคคลที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ในไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งอาจยิ่งซ้ำเติมความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในสังคม.
ที่มา BBC