โดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่าตนเอง “ชอบเงินเฟ้อ” ที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญอยู่ หลังจากราคาสินค้าในเดือนพฤษภาคมพุ่งสูงขึ้นในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 3 ปี
เมื่อวันพุธที่ 10 มิ.ย. 2569 สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) เปิดเผยรายงานตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดของสหรัฐฯ โดยแสดงให้เห็นว่าราคาสินค้าในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และขยับขึ้นจากเดือนเมษายนซึ่งอยู่ที่ 3.8% นับเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 3 ปี
การเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลในอิหร่าน
เมื่อนักข่าวถามถึงการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อดังกล่าว โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ตอบว่า “ผมชอบมันนะ ตัวเลขพวกนั้นยอดเยี่ยมมาก รู้ไหมอะไรไหม? ผมชอบเงินเฟ้อนี้จริง ๆ”
นอกจากนั้น ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อ้างด้วยว่า กองทัพสหรัฐฯ มีปฏิบัติการกลางดึก โดยมีการนำเรือหลายสิบลำเข้าไปขนย้ายน้ำมันหลายล้านบาร์เรลออกจากอิหร่าน ซึ่งมีส่วนทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานระดับโลก ยังคงซื้อขายกันในราคาที่สูงกว่าระดับก่อนเกิดสงครามอย่างเห็นได้ชัด
ทั้งนี้ วันพุธที่ผ่านมาถือเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันแล้วที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ครัวเรือนต่าง ๆ เริ่มรู้สึกถึงความตึงเครียดจากสงครามของสหรัฐฯ และอิสราเอลในอิหร่านมากขึ้นเรื่อย ๆ
โดยรวมแล้ว ค่าพลังงานทั้งหมด ซึ่งรวมถึงก๊าซหุงต้มและไฟฟ้าในเดือนพฤษภาคม สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนเกือบหนึ่งในสี่ โดยราคาน้ำมันรถยนต์เป็นสาเหตุหลักของการเพิ่มขึ้นนี้
...
ตามข้อมูลของสมาคมรถยนต์อเมริกัน (AAA) ระบุว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันเบนซินธรรมดาเฉลี่ยในสหรัฐฯ อยู่ที่ 4.15 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้นอย่างมากจากราคา 2.98 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งเป็นวันที่สหรัฐฯ กับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน
นอกจากนี้ สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) ยังชี้ให้เห็นถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของตั๋วเครื่องบิน ค่าบริการส่วนบุคคลและค่ารักษาพยาบาล ค่าสันทนาการ ตลอดจนค่าบริการด้านการสื่อสาร
อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นนี้เพิ่มความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อพยายามลดทอนการใช้จ่ายลง เนื่องจากพวกเขาตั้งเป้าคุมอัตราเงินเฟ้อระยะยาวให้อยู่ที่ประมาณ 2%
ครั้งล่าสุดที่อัตราเงินเฟ้อสูงกว่านี้คือในเดือนเมษายน 2566 ซึ่งเป็นช่วงที่สหรัฐฯ ยังคงเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน (Energy Shock) ที่ถูกจุดชนวนจากการที่รัสเซียบุกยูเครน
นักเศรษฐศาสตร์หลายคนเตือนว่า แม้สงครามอิหร่านจะยุติลงอย่างรวดเร็ว แต่ก็อาจต้องใช้เวลาจนถึงปี 2570 กว่าที่การขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะกลับคืนสู่สภาวะเดิม ซึ่งหมายความว่าภาวะราคาสินค้าเพิ่มสูงนี้จะคงอยู่ต่อไปอีกระยะหนึ่ง
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc