เมืองเบลฟาสต์และหลายพื้นที่ในไอร์แลนด์เหนือตกอยู่ในความโกลาหล หลังกลุ่มชายฉกรรจ์สวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้าหลายร้อยคน ก่อจลาจลไล่ล่าและจุดไฟเผาบ้านเรือนเพื่อขับไล่ครอบครัวคนต่างชาติและคนผิวสีออกจากชุมชน รวมถึงเผารถยนต์และรถบัสวอด หลังชายชาวซูดานวัย 30 ปีถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่าจากเหตุแทงชายคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส
เมืองเบลฟาสต์ เมืองหลวงของไอร์แลนด์เหนือ เผชิญเหตุจลาจลและความรุนแรงต่อต้านผู้อพยพตลอดคืนวันอังคารที่ผ่านมา (9 มิ.ย.) หลังชายชาวซูดานวัย 30 ปี ถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่าและข้อหาอื่น ๆ จากเหตุใช้อาวุธมีดทำร้ายชายวัย 40 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณลำคอ ศีรษะ ดวงตา ใบหน้า และแผ่นหลัง
เหตุการณ์เริ่มต้นจากคลิปวิดีโอของการทำร้ายร่างกายที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง จนจุดกระแสความไม่พอใจและนำไปสู่การชุมนุมประท้วงต่อต้านผู้อพยพในหลายพื้นที่ของเมือง ก่อนจะลุกลามกลายเป็นเหตุรุนแรง
รายงานระบุว่า ผู้ประท้วงหลายร้อยคน ซึ่งส่วนใหญ่สวมหน้ากากปกปิดใบหน้า ได้รวมตัวกันตามจุดต่าง ๆ ของเมือง พร้อมตะโกนขับไล่ชาวต่างชาติ ก่อเหตุจุดไฟเผารถยนต์ รถโดยสารสาธารณะ ถังขยะ และทรัพย์สินอื่น ๆ รวมถึงบุกทำลายบ้านเรือนของผู้ที่ถูกมองว่าเป็นผู้อพยพ
สื่อท้องถิ่นรายงานว่า กลุ่มชายสวมหน้ากากประมาณ 100 คน เดินไปตามถนนสายหนึ่งในย่านตะวันออกของเบลฟาสต์ พร้อมพังประตู ทุบกระจก และบุกเข้าไปในบ้านหลายหลัง โดยมีการตะโกนว่า “ขับไล่ชาวต่างชาติออกไป”
ในบางพื้นที่ บ้านหลายหลังถูกวางเพลิงจนเกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง ภาพจากสื่ออังกฤษแสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยอพยพครอบครัวหนึ่งออกจากบ้านที่กำลังถูกไฟเผา ขณะที่ครอบครัวอื่น ๆ ต้องเร่งหลบหนีออกจากที่พักท่ามกลางความหวาดกลัว
...
บาทหลวง แจ็ก แม็กคี ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้หลายจุดในย่านครัมลิน โรด กล่าวว่า ผู้คนจำนวนหนึ่งถูกขับไล่ออกจากบ้านเพียงเพราะสีผิวของพวกเขา โดยระบุว่า “พวกเขาถูกไล่ออกจากบ้านเพียงเพราะเป็นคนผิวดำ”
นอกจากเหตุรุนแรงในเบลฟาสต์แล้ว ยังมีรายงานว่ารถตำรวจถูกเผาในเมืองพอร์ตาดาวน์ และร้านตัดผมของชาวตุรกีถูกโจมตีในเมืองบัลลีแคลร์ ขณะที่หน่วยดับเพลิงต้องเข้าระงับเหตุถึง 62 ครั้ง ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่โดยรอบเมืองเบลฟาสต์
ด้านนางมิเชล โอนีลล์ มุขมนตรีแห่งไอร์แลนด์เหนือ ออกแถลงการณ์ประณามเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยระบุว่า “กลุ่มชายสวมหน้ากากที่เผาบ้านและขับไล่ครอบครัวผู้บริสุทธิ์ออกจากที่พักอาศัย เป็นการกระทำที่ขี้ขลาดและน่ารังเกียจอย่างยิ่ง”
ขณะที่ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กล่าวถึงเหตุแทงที่เป็นชนวนของความรุนแรงครั้งนี้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่ “น่าตกตะลึงและน่ารังเกียจ”
เจ้าหน้าที่ตำรวจไอร์แลนด์เหนือระบุว่า เหตุแทงดังกล่าวยังไม่ได้ถูกจัดให้เป็นคดีก่อการร้าย โดยผู้ต้องสงสัยชาวซูดานถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่า พกพาอาวุธมีดในที่สาธารณะ และข่มขู่จะฆ่าผู้อื่น พร้อมมีกำหนดขึ้นศาลในเมืองเบลฟาสต์
จากข้อมูลของตำรวจ ผู้บาดเจ็บรอดชีวิตมาได้ส่วนหนึ่งเพราะประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์ช่วยกันเข้าขัดขวางผู้ก่อเหตุก่อนที่ตำรวจจะเดินทางมาถึง โดยมีภาพวิดีโอเผยให้เห็นประชาชนหลายคนพยายามต่อสู้และยับยั้งคนร้าย
ผู้นำพรรคการเมืองหลักของไอร์แลนด์เหนือทุกพรรคได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ประณามทั้งเหตุแทงและเหตุจลาจลที่ตามมา พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนยุติความรุนแรง เนื่องจากการโจมตีชุมชนผู้อพยพและการทำลายทรัพย์สินจะยิ่งสร้างความเสียหายแก่สังคมและชุมชนของตนเองเท่านั้น
เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความตึงเครียดเกี่ยวกับปัญหาการอพยพเข้าสหราชอาณาจักรที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และเป็นอีกครั้งที่ประเด็นผู้อพยพกลายเป็นชนวนของความรุนแรงในไอร์แลนด์เหนือ หลังเคยเกิดเหตุจลาจลลักษณะคล้ายกันมาแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา.