นาซาประกาศรายชื่อนักบินอวกาศ 4 คนสำหรับภารกิจ "อาร์เทมิส 3" ซึ่งจะเป็นการทดสอบการเชื่อมต่อยานอวกาศในวงโคจรโลกระหว่างแคปซูลโอไรออน กับยานลงจอดดวงจันทร์ของ "สเปซเอ็กซ์" และ "บลูออริจิน" นับเป็นการทดสอบครั้งสำคัญก่อนส่งมนุษย์กลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้งในปี 2028
นายจาเรด ไอแซกแมน ผู้บริหารสูงสุดขององค์การนาซา ได้จัดพิธีประกาศรายชื่อลูกเรือประจำภารกิจ อาร์เทมิส 3 ที่เมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส ประกอบด้วยนักบินอวกาศชาวอเมริกัน 3 ราย และนักบินอวกาศชาวอิตาลีจากองค์การอวกาศยุโรป (ESA) อีก 1 ราย ได้แก่ แรนดี เบรสนิก (Randy Bresnik) วัย 58 ปี อดีตนักบินทดสอบและผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านภารกิจอวกาศมาแล้ว 3 ครั้ง โดยเขาจะรับหน้าที่เป็น ผู้บัญชาการภารกิจ, แฟรงก์ รูบิโอ (Frank Rubio) นักบินอวกาศเจ้าของสถิติใช้ชีวิตในอวกาศยาวนานที่สุดของสหรัฐฯ, อันเดร ดักลาส (Andre Douglas) ผู้เชี่ยวชาญประจำภารกิจ ซึ่งจะขึ้นสู่อวกาศเป็นครั้งแรก และลูกา พาร์มิตาโน (Luca Parmitano) วัย 49 ปี นักบินอวกาศชาวอิตาลี ซึ่งถือเป็นนักบินอวกาศสัญชาติยุโรปคนแรกที่ได้เข้าร่วมปฏิบัติการในโครงการอาร์เทมิส
ภารกิจนี้มีกำหนดระยะเวลาเดินทางประมาณ 2 สัปดาห์ แม้ว่าลูกเรือกลุ่มนี้จะไม่ได้เดินทางไปใกล้ดวงจันทร์หรือลงจอดบนพื้นผิว แต่จะทำหน้าที่ปฏิบัติภารกิจที่ซับซ้อนในการควบคุมยานแคปซูลโอไรออนเชื่อมต่อกับยานลงจอดของทั้งสองบริษัทในวงโคจรต่ำของโลก
เจเรมี พาร์สันส์ ผู้จัดการโครงการอาร์เทมิสของนาซา เผยว่า ภารกิจอาร์เทมิส 3 เป็นการประสานงานข้ามระบบที่น่าตื่นเต้นและซับซ้อนมาก เพราะต้องพึ่งพาการทำงานของจรวดที่ทรงพลังที่สุดในโลกถึง 3 ลำในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน โดยลำดับเหตุการณ์จะเริ่มจากยานลงจอด "บลูมูน" (Blue Moon) ของบลูออริจินจะถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรก่อน จากนั้นยานโอไรออนพร้อมนักบินอวกาศจะตามขึ้นไปเพื่อเชื่อมต่อยานและทำการทดสอบระบบรวม 2 วัน ก่อนที่บลูมูนจะแยกตัวออกเปิดทางให้ยาน "สตาร์ชิป" (Starship) ของสเปซเอกซ์เข้าเชื่อมต่อเป็นรายต่อไปอีก 1 วัน
...
อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ต้องเผชิญกับความท้าทายหลังจากจรวด "นิว เกล็นน์" (New Glenn) ของบลูออริจินเกิดระเบิดอย่างรุนแรงบนฐานยิงในรัฐฟลอริดาเมื่อเดือนที่ผ่านมา ระหว่างการทดสอบจุดระเบิดเครื่องยนต์ ส่งผลให้ฐานยิงเพียงแห่งเดียวของบริษัทได้รับความเสียหายหนักและต้องระงับการบินไปหลายเดือน แต่อย่างไรก็ดี จอห์น คูลูริส หัวหน้าฝ่ายภารกิจดวงจันทร์ของบลูออริจินยืนยันว่าการสอบสวนหาสาเหตุมีความคืบหน้าอย่างมาก และคาดว่าจะนำจรวดกลับคืนสู่ฐานยิงได้ภายในสิ้นปีนี้ โดยทางนาซายังคงมั่นใจว่าระบบจะพร้อมทันกำหนดการทดสอบอย่างแน่นอน
การประกาศรายชื่อในครั้งนี้มีขึ้นหลังจากการประสบความสำเร็จของภารกิจ "อาร์เทมิส 2" (Artemis II) ที่พานักบินอวกาศเดินทางอ้อมดวงจันทร์และทำลายสถิติระยะทางบินไกลที่สุดของยานอพอลโล 13 เมื่อช่วงไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ การเลือกนักบินอวกาศชาวอิตาลีอย่าง พาร์มิตาโน ยังสะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนแผนยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญของนาซา ภายหลังจากที่ นายจาเรด ไอแซกแมน ประกาศยกเลิกโครงการสถานีอวกาศโคจรรอบดวงจันทร์ "เกตเวย์" เพื่อเร่งความเร็วในการพัฒนาฐานบนพื้นผิวดวงจันทร์ตามข้อเสนอของสเปซเอกซ์และบลูออริจิน การตัดสินใจดังกล่าวทำให้พันธมิตรนานาชาติอย่าง องค์การอวกาศยุโรป, แคนาดา และญี่ปุ่น ที่ร่วมพัฒนาสถานีเกตเวย์มานานหลายปีต้องตกตะลึง แต่นาซาก็ได้ทดแทนด้วยการเซ็นสัญญาร่วมมือกับประเทศอิตาลีแทน เพื่อเปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับการสร้างฐานถาวรบนพื้นผิวดวงจันทร์
นาซาเปิดเผยว่า การสร้างฐานบนดวงจันทร์ซึ่งได้รับความร่วมมือจากบริษัทเอกชนหลายแห่งในการสร้างยานลงจอด รถโรเวอร์ และโดรนสำรวจนั้น จะเป็นรากฐานและก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับ "ภารกิจเดินทางสู่ดาวอังคาร" ในอนาคตต่อไป ท่ามกลางกระแสการแข่งขันทางอวกาศที่ดุเดือดกับประเทศจีนที่ตั้งเป้าส่งมนุษย์ลงเหยียบดวงจันทร์ภายในปี 2030 เช่นกัน.
ที่มา Reuters / Associated Press