เมืองอุตสึโนมิยะของญี่ปุ่นสั่งระงับการเรียนการสอนโรงเรียนประถมและมัธยมต้นของรัฐรวม 94 แห่งในวันนี้ (8 มิ.ย.) หลังพบหมีป่าหลุดเข้ามาเดินเพ่นพ่านกลางย่านที่พักอาศัยและแหล่งช้อปปิ้งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเมือง

ทางการเมืองอุตสึโนมิยะ ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางภูมิภาคที่มีประชากรราว 510,000 คน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียวประมาณ 100 กิโลเมตร ได้ประกาศสั่งปิดโรงเรียนประถมศึกษาและโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นของรัฐที่เมืองดูแลอยู่ทั้งหมด 94 แห่งเป็นการชั่วคราว หลังจากมีรายงานการพบหมีป่าเข้ามาเพ่นพ่านในเขตเมืองเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และยังไม่สามารถจับตัวได้

เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองอุตสึโนมิยะเปิดเผยว่า ทางการได้รับรายงานการพบหมีป่ามากกว่า 10 ครั้ง นับตั้งแต่ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยจุดแรกที่พบอยู่ทางตอนเหนือของใจกลางเมือง และมีการระบุว่าหมีตัวดังกล่าวมีความยาวประมาณ 1 เมตร

หลังจากนั้น มีรายงานการพบหมีป่าอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงสุดสัปดาห์ ทั้งในย่านที่พักอาศัยใกล้กับสวนสาธารณะ รวมถึงในย่านถนนคนเดินและแหล่งช้อปปิ้งของเมือง จนกระทั่งล่าสุดในช่วงเช้าตรู่วันจันทร์ มีชาวเมืองพบหมีตัวนี้อยู่ใกล้กับตลาดค้าส่ง ซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนมัธยมต้นเพียงแค่ 500 เมตรเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระบุว่ายังไม่แน่ชัดว่าหมีที่สร้างความปั่นป่วนในขณะนี้มีเพียงตัวเดียวหรือมากกว่านั้น

ขณะนี้ ทางการเมืองอุตสึโนมิยะได้ระดมกำลังนายพรานที่มีความชำนาญ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหลายสิบคน ออกปูพรมค้นหาตัวหมีป่าอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งส่งรถยนต์กระจายเสียงวิ่งตรวจตราไปทั่วพื้นที่ที่มีรายงานการพบเห็น เพื่อประกาศแจ้งเตือนและร้องขอให้ประชาชนอาศัยอยู่แต่ภายในบ้านเรือนหรืออยู่ภายในตัวรถเท่านั้นเพื่อความปลอดภัย

...

ทั้งนี้ ในอดีตเมืองอุตสึโนมิยะแทบไม่เคยมีประวัติเผชิญหน้ากับหมีป่ามาก่อน โดยตลอดทั้งปีที่ผ่านมามีรายงานการพบนหมีที่ยังไม่ได้รับการยืนยันเพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้น การปรากฏตัวของหมีป่าใจกลางเมืองครั้งนี้จึงสร้างความตื่นตระหนกให้กับคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ในระยะหลัง ประเทศญี่ปุ่นเผชิญกับปัญหาการพบและการโจมตีของหมีป่าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเมือง โดยสถิติเมื่อปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตจากการถูกหมีทำร้ายสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 13 ราย และมีรายงานการพบหมีทั่วประเทศในช่วงปีที่ผ่านมาจนถึงเดือนมีนาคมพุ่งทะลุ 50,000 ครั้ง ซึ่งมากกว่าสถิติสูงสุดเดิมที่เคยบันทึกไว้เมื่อสองปีก่อนถึงกว่าเท่าตัว เนื่องจากหมีตื่นจากการจำศีลด้วยความหิวโหย

ความรุนแรงของสถานการณ์ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นต้องจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจขึ้นมาในปีนี้เพื่อหาแนวทางลดความสูญเสียอย่างจริงจัง โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่งเกิดเหตุหมีป่าบุกทำร้ายคนในเมืองฟุกุชิมะ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 4 ราย ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงงานเหล็กฟุกุชิมะ เผยให้เห็นนาทีระทึกขณะที่หมีดำวิ่งไล่กวดพนักงานบริเวณหน้าทางเข้าโรงงานและตะปบเขาลงไปกองกับพื้น

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า หมีดำเอเชีย ถูกจัดให้เป็นสิ่งมีชีวิตที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในระดับโลก แต่ในญี่ปุ่น ประชากรของพวกมันกลับเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัวนับตั้งแต่ปี 2012 เนื่องจากความนิยมในการล่าสัตว์ที่ลดลง ประกอบกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อพืชพรรณในป่า ทำให้ผลผลิตอาหารตามธรรมชาติของหมี เช่น ลูกโอ๊ก และลูกบีช ลดน้อยลง

นอกจากนี้ การลดลงของประชากรในเขตชนบทของญี่ปุ่น และการปล่อยให้พื้นที่เกษตรกรรมรกร้างตื้นเขิน กลายเป็นการเปิดทางและสร้างความย่ามใจให้หมีป่าพากันละทิ้งผืนป่าธรรมชาติ และเดินทางเข้ามาหากินใกล้กับชุมชนเมืองของมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ ดังเช่นเหตุการณ์ล่าสุดนี้.


ที่มา Kyodo / AFP