สงครามอิหร่านดำเนินมาครบ 100 วันแล้ว โดยโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่าไม่มีแผนถอนทหารที่มีส่วนร่วมในสงครามครั้งนี้ เนื่องจากอาจมีความจำเป็นต้องใช้ แม้ตอนนี้จะอยู่ในภาวะหยุดยิงก็ตาม
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 มิ.ย. 2569 ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันว่าเขาไม่มีแผนที่จะถอนกำลังทหารจำนวนประมาณ 50,000 นายที่เข้าร่วมในสงครามอิหร่าน จนกว่า “ภารกิจของเราในประเทศนั้นจะเสร็จสิ้น” ในขณะที่สถานการณ์สงครามดำเนินมาจบครบ 100 วันแล้ว
“ผมไม่คิดว่ากองกำลังทหารกำลังตกอยู่ในอันตราย” ทรัมป์บอกกับ คริสเตน เวลเกอร์ ผู้ดำเนินรายการ Meet the Press ระหว่างการให้สัมภาษณ์ซึ่งบันทึกเทปไว้เมื่อวันศุกร์และออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ “เรามีระบบป้องกันภัยที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา และเราก็มีระบบการโจมตีที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาเช่นกัน ดังนั้นผมจึงไม่คิดว่านั่นคืออันตราย”
“ผมอยากจะบอกว่ามันคงเป็นเรื่องที่โง่เขลาหากจะทำเช่นนั้น (ถอนทหาร) เพราะบางทีเราอาจจำเป็นต้องใช้พวกเขา” ทรัมป์กล่าวเสริม
ในระหว่างการสัมภาษณ์ ทรัมป์ได้เปรียบเทียบจำนวนผู้เสียชีวิตในปฏิบัติการที่อิหร่านกับสงครามเวียดนามของสหรัฐฯ ซึ่งในครั้งนั้นสหรัฐฯ ต้องสูญเสียทหารไปมากกว่า 58,000 นาย
“เราสูญเสียคนไป 13 คนที่นี่ ซึ่งนั่นก็ถือว่ามากแล้ว 13 คนมันมากเกินไป” ทรัมป์กล่าว “แต่ถ้าคุณมองไปที่เวียดนาม ที่ซึ่งผู้คนล้มตายกันเป็นแสนๆ คน หรือถ้าคุณมองไปที่สงครามครั้งใดก็ตามในช่วง 7 หรือ 8 ครั้งหลังสุดที่มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก แต่เราสูญเสียไป 13 คน ย้ำอีกครั้งนะว่า 13 คนนั้นมากเกินไป ผมไม่อยากสูญเสียใครเลย แต่ 13 คนนี้ก็น้อยกว่าที่ใครๆ เคยคาดการณ์ไว้เสียอีก”
“ผมคิดว่าพวกเรากำลังทำผลงานได้ยอดเยี่ยม” เขากล่าวเสริม
...
ทั้งนี้ สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อ 28 ก.พ. ดำเนินมาจนครบ 100 วันแล้ว โดยตอนนี้พวกเขาอยู่ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบาง และมีการปะทะกันประปราย ในขณะที่ทางการเจรจาเพื่อหาทางยุติสงครามอยู่ในภาวะชะชักงันมาหลายสัปดาห์แล้ว เนื่องจากความเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่างทั้งสองฝ่าย
นายเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า ปัญหาหลักของอิหร่านในการเจรจากับสหรัฐอเมริกา คือท่าทีที่เปลี่ยนแปลงไปมาและขัดกันเองของรัฐบาลวอชิงตัน
“ปัญหาหลักในการเจรจากับรัฐบาลชุดนี้คือ การที่เราต้องรับมือกับท่าทีที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา การเลื่อนเป้าหมายเจรจา (ขยับเส้นชัย) ตลอดจนแถลงการณ์ที่แตกต่างกัน และคำพูดที่ย้อนแย้งกันเองของเจ้าหน้าที่แต่ละคน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้กระบวนการทั้งหมดมีความยุ่งยากซับซ้อนเป็นอย่างมาก” นายบากาอีบอกกับ CNN
เขากล่าวต่อว่า แม้จะมีประเด็นที่เป็นอุปสรรคอยู่หลายประการ “แต่ประเด็นสำคัญที่สุดคือ ฝ่ายอเมริกันต้องเข้าใจว่าพวกเขาจำเป็นต้องยอมรับในสิทธิของอิหร่าน” ซึ่งรวมถึงสิทธิในการปฏิรูปนิวเคลียร์เพื่อสันติภายใต้สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างประเทศ
“ในขณะเดียวกัน เมื่อพวกเขาพูดถึงทรัพย์สินที่ถูกอายัดของเรา พวกเขาก็ไม่ได้ยอมผ่อนปรนอะไรให้เราเลย” นายบากาอีกล่าว โดยที่ผ่านมา อิหร่านพยายามเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยอมปลดล็อกทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่ถูกอายัดไว้ในธนาคารต่างประเทศ เป็นหนึ่งในเงื่อนไขของการทำข้อตกลงใดๆ
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cnn