สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างกฎหมายสนับสนุนยูเครนและเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย ด้วยคะแนน 226 ต่อ 195 เสียง แม้ผู้นำพรรครีพับลิกันจะคัดค้าน โดยร่างกฎหมายดังกล่าวถือเป็นสัญญาณล่าสุดของความไม่พอใจต่อแนวทางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการจัดการสงครามยูเครน และอาจเพิ่มแรงกดดันต่อวุฒิสภาให้พิจารณาประเด็นนี้ต่อไป

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีมติ 226 ต่อ 195 เสียง เห็นชอบร่างกฎหมาย "สนับสนุนยูเครน" (Ukraine Support Act) ซึ่งเสนอโดย สส. เกรกอรี มีคส์ จากพรรคเดโมแครต โดยสาระสำคัญคือการจัดสรรงบประมาณความช่วยเหลือด้านความมั่นคงและการฟื้นฟูประเทศมูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมวงเงินกู้ยืมเพื่อการป้องกันประเทศอีก 8,000 ล้านดอลลาร์

การลงมติครั้งนี้ได้รับความสนับสนุนจาก ส.ส. พรรครีพับลิกัน 18 ราย และ ส.ส. อิสระอีก 1 ราย ที่ตัดสินใจโหวตสวนทางกับมติพรรคและนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยใช้วิธีพิเศษที่เรียกว่า "Discharge Petition" เพื่อดึงร่างกฎหมายที่ค้างอยู่นานหลายเดือนขึ้นมาพิจารณาโดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากผู้นำเสียงข้างมากในสภา

สส.มีคส์ ผู้เสนอร่างกฎหมาย ระบุว่านี่คือบทพิสูจน์ว่าสหรัฐฯ จะยืนเคียงข้างยูเครนเพื่อให้มีอำนาจต่อรองในการเจรจา หรือจะปล่อยให้รัสเซียเป็นผู้ชนะในสงครามประสาทครั้งนี้ ขณะที่ สส. ดอน เบคอน จากรีพับลิกันที่โหวตสนับสนุนระบุว่า "นี่คือการเลือกข้างระหว่างความดีและความชั่ว"

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากสภาผู้แทนฯ เพิ่งผ่านร่างกฎหมายจำกัดอำนาจการทำสงครามเพื่อยับยั้งการใช้กำลังทหารต่อต้านอิหร่าน ซึ่งถือเป็นรอยร้าวที่ชัดเจนขึ้นภายในพรรครีพับลิกันต่อนโยบายต่างประเทศของทรัมป์ นับตั้งแต่เขากลับเข้าสู่ทำเนียบขาวเมื่อเดือนมกราคม 2025

...

ในขณะที่ฝ่ายสนับสนุนมองว่านี่คือการส่งสัญญาณความเข้มแข็งไปยังทหารยูเครนและวลาดีเมียร์ ปูติน แต่ผู้นำพรรครีพับลิกันหลายคนกลับมองต่างออกไป โดยนายสตีฟ สกาลิส ผู้นำเสียงข้างมากในสภาฯ เตือนว่าการผ่านร่างนี้จะทำลายการเจรจาระหว่างสภาคองเกรสกับทำเนียบขาวที่กำลังดำเนินอยู่

ด้านนายไบรอัน มาสต์ ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ มองว่าร่างกฎหมายนี้เป็นเพียง "อาวุธทางการเมือง" ที่ใช้โจมตีทรัมป์ และมีเนื้อหาที่ล้าสมัยเนื่องจากร่างขึ้นมาตั้งแต่ปีครึ่งที่แล้ว ขณะที่ ส.ส. บางส่วนกังวลว่ามาตรการนี้อาจส่งผลให้ประเทศสมาชิกนาโตบางรายลดงบประมาณด้านการป้องกันประเทศลง

ปัจจุบันสงครามในยูเครนเข้าสู่ปีที่ 5 โดยทั้งสองฝ่ายยังคงโจมตีตอบโต้กันด้วยขีปนาวุธระยะไกล แม้ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี จะยอมรับเงื่อนไขการหยุดยิงที่ทรัมป์เสนอ แต่ทางปูตินกลับปฏิเสธและยืนกรานให้ยูเครนยอมยกดินแดนที่รัสเซียยึดครองอยู่ให้

อย่างไรก็ตาม อนาคตของร่างกฎหมายฉบับนี้ยังคงแขวนอยู่บนเส้นด้ายเนื่องจากต้องผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา ซึ่งผู้นำพรรครีพับลิกันในสภาสูงระบุว่าจะรอฟังคำชี้แจงจากทรัมป์ก่อน และหากผ่านวุฒิสภามาได้ คาดว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะใช้อำนาจยับยั้ง หรือวีโต้ ร่างกฎหมายนี้อย่างแน่นอน

ขณะที่สหภาพยุโรป ได้เดินหน้าสวนทางด้วยการเริ่มเจรจารับยูเครนเข้าเป็นสมาชิก และอนุมัติวงเงินกู้เพื่อการป้องกันประเทศและเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 9 หมื่นล้านยูโรไปเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา.


ที่มา Associated Press / Reuters