กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ พุ่งเป้าประธานาธิบดีมิเกล ดิอัซ-กาเนล แห่งคิวบา พร้อมเครือญาติ และสมาชิกตระกูล "คาสโตร" หวังเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลคอมมิวนิสต์ ขณะที่ผู้นำคิวบาและรัฐมนตรีต่างประเทศออกมาประณามทันทีว่าเป็นพฤติกรรมแทรกแซงที่น่ารังเกียจ

รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ โดยมุ่งเป้าไปที่นายมิเกล ดิอัซ-กาเนล ประธานาธิบดีคิวบาวัย 66 ปี รวมถึง นางลิส กูเอสตา เปราซา ภริยา และบุตรบุญธรรม นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังครอบคลุมถึงบุคคลอีก 4 ราย และองค์กรอีก 5 แห่ง ซึ่งรวมถึงบุตรชายและหลานชายของนายราอูล คาสโตร อดีตประธานาธิบดีคิวบา ซึ่างเป็นผู้ทรงอิทธิพลเบื้องหลังทางการเมือง และกระทรวงกองทัพปฏิวัติคิวบาด้วย

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นมาตรการล่าสุดของสหรัฐฯ ในการยกระดับการกดดันผู้นำคอมมิวนิสต์คิวบา หลังจากเมื่อเดือนที่แล้ว สหรัฐฯ เพิ่งประกาศคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่คิวบาไป 11 ราย ซึ่งรวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสาร ผู้นำทางทหาร และหน่วยข่าวกรองหลัก ยิ่งไปกว่านั้น สหรัฐฯ ยังได้ยื่นฟ้องดำเนินคดีฆาตกรรมต่อ นายราอูล คาสโตร จากกรณีที่เครื่องบินรบของคิวบายิงเครื่องบินของกลุ่มผู้ลี้ภัยคิวบาตกเมื่อปี 1996

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ แถลงต่อสื่อมวลชนที่ทำเนียบขาว โดยระบุว่าเขาเพียงต้องการเห็นคิวบาเป็นประเทศที่บริหารจัดการได้ดีและสามารถเลี้ยงดูประชากรของตัวเองได้ "แต่ตอนนี้ประเทศนั้นกำลังอดอยาก พวกเขาไม่มีพลังงาน ไม่มีน้ำมัน ไม่มีเงิน ไม่มีอะไรเลย ทั้งที่คิวบามีผืนดินที่สวยงาม และสามารถสร้างเป็นรีสอร์ตที่สวยงามได้"

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังส่งสัญญาณว่า คิวบาอาจเป็นระบอบการปกครองถัดไปที่จะล่มสลาย เดินตามรอยการโค่นล้มของนายนิโกลัส มาดูโร ผู้นำสังคมนิยมของเวเนซุเอลาเมื่อเดือนมกราคม โดยระบุว่า "เราจะจัดการกับสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านก่อน และทันทีที่ภารกิจนั้นเสร็จสิ้น ในขากลับเราจะแวะพักที่นั่น (คิวบา) สั้น ๆ" อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ปฏิเสธว่ามาตรการคว่ำบาตรล่าสุดนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งให้เกิดการล่มสลายของประเทศคิวบา

...

ด้านประธานาธิบดีมิเกล ดิอัซ-กาเนล ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X  โจมตีทรัมป์ว่าพยายาม "ยกระดับการปิดล้อมและสร้างสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างคิวบากับสหรัฐฯ" พร้อมประกาศว่าคิวบาจะยืนหยัดต่อสู้กับการรุกรานและความชั่วร้ายของรัฐบาลแยงกี (สหรัฐฯ) และการจู่โจมของพวกจักรวรรดินิยม

ขณะที่ นายบรูโน โรดริเกซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคิวบา ออกมาประณามมาตรการคว่ำบาตรนี้ว่าเป็นสิ่ง "น่ารังเกียจ" และเป็นตัวอย่างล่าสุดของการแทรกแซงจากสหรัฐฯ โดยเน้นย้ำว่า "ทุกการกระทำของสหรัฐฯ ที่มุ่งสร้างสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องล้มเหลว" และประชาชนคิวบาจะตอบโต้ด้วยความสามัคคีและความมุ่งมั่นที่มหาศาลยิ่งขึ้น

มาตรการคว่ำบาตรและการสั่งห้ามขนส่งน้ำมันของสหรัฐฯ ที่บังคับใช้มาตั้งแต่ต้นปี ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณูปโภคของคิวบา ทำให้ประเทศขาดแคลนน้ำมันดีเซลสำหรับใช้ในเครื่องปั่นไฟ ส่งผลให้เกิดไฟดับยาวนานถึง 22 ชั่วโมงต่อวัน และระบบน้ำประปาหยุดชะงัก

ในปัจจุบัน วิกฤตการณ์นี้ทำให้การคมนาคมขนส่งในคิวบากลายเป็นอัมพาต อาหารและยารักษาโรคขาดแคลนอย่างหนัก จนต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากเม็กซิโกและจีน ยิ่งไปกว่านั้น พื้นที่ทางตะวันออกของเกาะยังคงอยู่ในช่วงฟื้นฟูความเสียหายจากพายุเฮอร์ริเคน "เมลิสซา" ที่พัดถล่มเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

ผู้แทนองค์การสหประชาชาติประจำคิวบา ได้ออกมาแจ้งเตือนว่า วิกฤตการณ์ทางมนุษยธรรมที่เกิดขึ้น ผนวกกับการเข้าสู่ฤดูมรสุมเฮอร์ริเคนในแถบแคริบเบียน กำลังกลายเป็น "ส่วนผสมที่อันตรายและพร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ".


ที่มา AFP / Reuters