"ดาวา เชอร์ปา" ไกด์ปีนเขาชาวเนปาลชื่อดังที่สูญหายบนยอดเขาเอเวอเรสต์นานถึง 6 วัน โดยไร้อาหารและออกซิเจน ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวจัด และคาดว่าเสียชีวิตแล้ว ถูกพบยังมีชีวิตอยู่ในสภาพอ่อนแรง ขณะคลานลงมาจนเกือบถึงเบสแคมป์ สร้างความดีใจให้ครอบครัวที่เพิ่งเริ่มประกอบพิธีสวดส่งดวงวิญญาณเมื่อวันก่อน

เจ้าหน้าที่เนปาลเปิดเผยว่า ทีมงานจากคณะกรรมการควบคุมมลพิษซาการ์มาธา (SPCC) ซึ่งเป็นทีมดูแลเส้นทางและเก็บขยะบนเอเวอเรสต์ ได้พบตัว "ดาวา เชอร์ปา" นักปีนเขาวัย 50 กว่าปี เจ้าของฉายา "ฮิลลารี" ซึ่งตั้งตามชื่อ เอ็ดมันด์ ฮิลลารี นักปีนเขาชื่อดังระดับโลก เนื่องจากเขามีประสบการณ์สูง โดยพบเขาในสภาพกำลังคลานลงมาใกล้กับบริเวณเบสแคมป์ ในช่วงเช้าวันนี้ (4 มิ.ย.) หลังจากที่เขาหายสาบสูญไปบนพื้นที่ระดับสูงของยอดเขาเอเวอเรสต์ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม

เจ้าหน้าที่ได้เร่งนำเฮลิคอปเตอร์มารับตัวเขาส่งโรงพยาบาลในกรุงกาฐมาณฑุอย่างเร่งด่วน โดยดาวา เชอร์ปา ยังคงมีสติสัมปชัญญะดี และมีบาดแผลจากเนื้อเยื่อถูกทำลายด้วยความเย็นจัดบางส่วน แต่โดยรวมอาการปลอดภัยดี

ดามู เชอร์ปา ภรรยาของเขาเปิดเผยด้วยความตื้นตันใจที่โรงพยาบาลว่า "พวกเราดีใจและมีความสุขมาก ตอนแรกเราถอดใจหมดหวังไปแล้ว และเมื่อวานนี้เราเพิ่งจะเริ่มทำพิธีสวดส่งวิญญาณให้ผู้เสียชีวิต ให้เขาอยู่เลย"

คริส ธรอลล์ อดีตทหารพรานนาวิกโยธินอังกฤษ ซึ่งเป็นนักปีนเขาที่ร่วมเดินทางไปกับดาวา เชอร์ปา เล่าว่า พวกเขาประสบความสำเร็จในการพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ความสูง 8,849 เมตร เมื่อเวลาประมาณ 17:00 น. ของวันที่ 29 พ.ค. แต่ในวันรุ่งขึ้น ระหว่างที่กำลังลงมาจากแคมป์ 4 ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่ใต้ "เขตมรณะ" ซึ่งเป็นเขตที่ออกซิเจนเบาบางมาก ดาวา เชอร์ปา ได้หยุดนั่งพักเนื่องจากต้องแบกสัมภาระหนักมาก

...

"ผมหันไปถามเขาว่า 'ฮิลลารี พี่ชาย คุณโอเคไหม?' เขาตอบกลับมาว่า 'โอเคๆ คริส คุณไปก่อนเลย ไปเลย!' ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติที่พวกเราจะสลับกันนำ"

แต่ในระหว่างทางลง ธรอลล์ได้พบกับนักปีนเขาชาวโปแลนด์รายหนึ่งที่กำลังวิกฤตเนื่องจากออกซิเจนเสริมหมดและมีอาการเนื้อเยื่อถูกความเย็นจัดกัดตามนิ้วมือ ท่ามกลางสภาพอากาศที่โหดร้ายมาก ธรอลล์จึงต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการเดินย้อนกลับไปหาเชอร์ปาที่คิดว่าน่าจะดูแลตัวเองได้ดี หรือช่วยเหลือนักปีนเขาชาวโปแลนด์ที่กำลังจะตายจากภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ สุดท้ายธรอลล์เลือกแบ่งถังออกซิเจนและช่วยพานักปีนเขาชาวโปแลนด์ลงมา ซึ่งต้องใช้เวลายาวนานถึง 11 ชั่วโมงกว่าจะถึงแคมป์ 3 จากปกติใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง

หลังจากนั้น ทีมกู้ภัยได้พยายามออกตามหาดาวา เชอร์ปา แต่ก็ไร้ร่องรอยจนกระทั่งเขาคลานลงมาด้วยตัวเองได้สำเร็จในอีก 6 วันต่อมา

การปีนเขาในทริปนี้ถือเป็นช่วงท้ายๆ ของฤดูกาลปีนเขา ทำให้มีนักปีนเขาเหลืออยู่บนยอดเขาค่อนข้างน้อย โดยข้อมูลเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่เนปาลระบุว่า ในฤดูกาลนี้มีนักปีนเขาขึ้นไปถึงยอดเอเวอเรสต์ได้มากกว่า 1,000 คน ทำลายสถิติเป็นฤดูกาลที่คึกคักและหนาแน่นที่สุดเท่าที่เคยมีมา

อย่างไรก็ตาม ความลึกลับและอันตรายของเอเวอเรสต์ยังคงน่าสะพรึงกลัว โดยในฤดูกาลนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้วอย่างน้อย 5 ราย แบ่งเป็นนักปีนเขาชาวอินเดีย 2 ราย และทีมเชอร์ปาชาวเนปาลที่เตรียมเส้นทางอีก 3 ราย ทำให้เรื่องราวการรอดชีวิตของดาวา เชอร์ปา ในครั้งนี้ ถูกยกย่องว่าเป็นปาฏิหาริย์จากความแข็งแกร่งระดับ "เสือแห่งภูเขา" อย่างแท้จริง.


ที่มา AFP