สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังโดรนอิหร่านโจมตีอาคารผู้โดยสารของสนามบินนานาชาติคูเวต ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บหลายราย และต้องระงับการบินชั่วคราว ขณะที่สหรัฐฯ และอิหร่านต่างกล่าวหากันว่าเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีรอบใหม่

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งคูเวตรายงานว่า การโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธของอิหร่านต่ออาคารผู้โดยสาร 1 ที่สนามบินนานาชาติคูเวต ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง สำนักงานการบินพลเรือนระบุว่า ได้ระงับเที่ยวบินทั้งหมดและเปลี่ยนเส้นทางไปยังสนามบินสำรองจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม และเปลี่ยนเส้นทางเครื่องบินขาเข้าให้ไปลงยังสนามบินสำรอง

ด้านสายการบินคูเวตแอร์เวย์ส แถลงว่ากำลังกลับมาให้บริการเที่ยวบินจากสนามบินนานาชาติคูเวต ซึ่งได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธของอิหร่านก่อนหน้านี้ โดยคูเวตแอร์เวย์สให้บริการเที่ยวบินจากอาคารผู้โดยสาร 4 ของสนามบิน

ก่อนหน้านี้ หน่วยงานการบินพลเรือนกล่าวว่าความเสียหายจากการโจมตีของอิหร่านเกิดขึ้นที่อาคารผู้โดยสารหมายเลข 1 ซึ่งใช้โดยสายการบินระหว่างประเทศ

กระทรวงการต่างประเทศของคูเวตกล่าวว่า "การรุกรานของอิหร่านส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีกหลายราย" นอกจากนี้ยังส่งผลให้สิ่งอำนวยความสะดวกที่สำคัญและสถานทูตได้รับความเสียหายด้วย

พลจัตวา ซาอุด อับดุลอาซิซ อัล-อัตวาน โฆษกกระทรวงกลาโหมคูเวต ประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็น "การรุกรานที่ชั่วร้ายจากอิหร่าน" ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายทางวัตถุและมีผู้บาดเจ็บ แม้จะไม่ได้ระบุจำนวนที่แน่ชัดแต่ยืนยันว่าผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ภายใต้การดูแลทางการแพทย์แล้ว ทั้งนี้ สนามบินคูเวตเพิ่งกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา หลังจากถูกโจมตีหลายครั้งในช่วงสงคราม

...

เหตุโจมตีครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยจุดเริ่มต้นของความตึงเครียดในระลอกนี้มาจากการที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อ้างว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่มโจมตีหอสื่อสารบนเกาะเกชม์ ของอิหร่านก่อน ทำให้อิหร่านต้องตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนเข้าใส่ฐานทัพอากาศ เฮลิคอปเตอร์ และกองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ ในภูมิภาค

ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ แถลงว่าสามารถสกัดกั้นการโจมตีจากอิหร่านไว้ได้ โดยระบุว่าขีปนาวุธอิหร่าน 2 ลูกที่ยิงใส่คูเวตตกลงกลางทางหรือแตกกระจายก่อนถึงเป้าหมาย ส่วนอีก 3 ลูกที่ยิงใส่บาห์เรนถูกทำลายโดยระบบป้องกันภัยทางอากาศ

จากการที่ทั้งคูเวตและบาห์เรนตกเป็นเป้าหมายพร้อมกัน นายอันวาร์ การ์กาช ที่ปรึกษาประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้ออกมาเรียกร้องให้กลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวและเป็นหนึ่งเดียว โดยระบุว่า "การรุกรานของอิหร่านไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่พุ่งเป้าไปที่พวกเราทุกคน"

ในอีกด้านหนึ่ง ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนยังคงรุนแรงต่อเนื่อง แม้จะมีการหารือเพื่อยุติความขัดแย้งในวอชิงตันก็ตาม โดยนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ชี้ว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์เป็นอุปสรรคสำคัญต่อข้อตกลงสันติภาพ

ขณะที่นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล สั่งยกระดับการโจมตีทางตอนใต้ของเบรุต ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของฮิซบอลเลาะห์ โดยอ้างว่ากลุ่มติดอาวุธละเมิดข้อตกลงหยุดยิงซ้ำซาก อย่างไรก็ตาม มีรายงานจาก Axios สื่อสหรัฐฯ ระบุว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ต่อสายตรงถึงเนทันยาฮูและแสดงความไม่พอใจต่อการยกระดับความรุนแรงดังกล่าว โดยเรียกการกระทำนี้ว่า "บ้าคลั่ง" 

ทั้งนี้ ในเลบานอนมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 3,465 ราย นับตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม รวมเหตุโจมตีล่าสุดใกล้เมืองไทร์ที่เสียชีวิตอีก 6 ราย ส่วนอิสราเอลมีทหารเสียชีวิตอย่างน้อย 26 นาย และผู้รับเหมาพลเรือน 1 ราย ส่วนที่คูเวต พบความเสียหายหนักที่อาคารผู้โดยสาร 1 และมีผู้บาดเจ็บหลายราย โดยยังไม่ทราบจำนวนแน่ชัด

สถานการณ์ในขณะนี้ยังคงหมิ่นเหม่ต่อการลุกลามเป็นสงครามระดับภูมิภาคเต็มตัว เนื่องจากอิหร่านย้ำชัดว่าหากอิสราเอลยังคงขยายวงการโจมตีในเลบานอน ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่ถือปฏิบัติมาตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน อาจถึงกาลสิ้นสุดลงทันที.


ที่มา AFP