บริษัท Moderna และมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเร่งวิจัยวัคซีน 3 ชนิด รับมือเชื้ออีโบลา ขณะที่ WHO เตือนการระบาดของอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูจิโอในคองโกน่ากังวล
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด บริษัทโมเดอร์นา และ IAVI แข่งกับเวลา เร่งพัฒนาวัคซีนอีโบลา รุ่นใหม่ถึง 3 ชนิด เพื่อรับมือกับไวรัสสายพันธุ์บุนดิบูจิโอโดยเฉพาะ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติใช้งานได้ หวั่นซ้ำรอยการระบาดครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์แอฟริกาตะวันตก
โดยล่าสุดการระบาดของโรคอีโบลาสายพันธุ์ "บุนดิบูจิโอ"กำลังสร้างความกังวลให้กับวงการสาธารณสุขทั่วโลก หลังยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเข้าใกล้ 250 ราย และจำนวนผู้ป่วยต้องสงสัยในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เพิ่มขึ้นเกิน 1,000 รายแล้ว
องค์การริเริ่มวัคซีนเอดส์นานาชาติ หรือ IAVI เปิดเผยว่า การระบาดครั้งนี้มีแนวโน้มรุนแรงจนกลายเป็นการระบาดครั้งเลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้น โดยIAVI กำลังพัฒนาวัคซีนโดยดัดแปลงจากวัคซีนอีโบลาสายพันธุ์ซาอีร์ ผลการทดลองในลิงพบว่าสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพป้องกันใกล้เคียง 100% อย่างไรก็ตาม หากดำเนินการตามขั้นตอนปกติ อาจต้องใช้เวลาอีก 7-9 เดือนก่อนเข้าสู่การทดลองทางคลินิกในมนุษย์ แม้นักวิจัยจะพยายามเร่งกระบวนการให้เร็วที่สุดก็ตาม
ขณะเดียวกัน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และบริษัทโมเดอร์นา ก็กำลังเร่งพัฒนาวัคซีนของตนเอง โดยได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากกลุ่มพันธมิตรเพื่อการเตรียมความพร้อมรับมือโรคระบาด หรือ ซีอีพีไอ โดยบริษัทโมเดอร์นาประกาศนำเทคโนโลยี mRNA ซึ่งเคยประสบความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 มาปรับใช้กับอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูจิโอ
สเตฟาน บองเซล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโมเดอร์นา กล่าวว่า บริษัทจะเร่งดำเนินงานอย่างเต็มที่เพื่อช่วยควบคุมการระบาด และนำวัคซีนไปสู่ชุมชนที่ต้องการมากที่สุด
...
ขณะที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดก็อยู่ระหว่างการพัฒนาวัคซีนอีโบลารุ่นใหม่เช่นกัน โดยคาดว่าจะพร้อมเข้าสู่การทดลองทางคลินิกภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า
แม้วัคซีนทั้ง 3 ชนิดจะใช้เทคโนโลยีแตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจดจำ "ไกลโคโปรตีนบุนดิบูจิโอ" ซึ่งอยู่บนผิวของไวรัส เพื่อให้ร่างกายสามารถตอบสนองและกำจัดเชื้อได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดการติดเชื้อจริง
ปัจจุบันมีการยืนยันผู้ติดเชื้ออีโบลาแล้ว 9 รายในประเทศอูกันดา ขณะที่การระบาดในคองโกยังคงขยายวงกว้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ความขัดแย้งซึ่งมีข้อจำกัดด้านบุคลากรทางการแพทย์และระบบสาธารณสุข
ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเริ่มเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับการระบาดครั้งรุนแรงในแอฟริกาตะวันตกระหว่างปี 2557-2559 ซึ่งถือเป็นการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยในเวลานั้นมีผู้ติดเชื้อเกือบ 29,000 คน และเสียชีวิตมากกว่า 11,000 คน
ดร.มาร์ก ไฟน์เบิร์ก ประธาน IAVI กล่าวว่า การระบาดในปัจจุบันกำลังส่งสัญญาณอันตรายอย่างชัดเจน และอาจรุนแรงเทียบเท่าหรือมากกว่าการระบาดครั้งใหญ่ในอดีต เขาระบุว่า การพัฒนาวัคซีนและมาตรการป้องกันอื่น ๆ ถือเป็นภารกิจเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้
ด้านองค์กรแพทย์ไร้พรมแดน ก็แสดงความกังวลเช่นกัน โดยระบุว่าสถานการณ์น่าวิตกอย่างยิ่ง และไม่เคยพบจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นรวดเร็วเช่นนี้ในช่วงแรกของการระบาดมาก่อน
ไวรัสอีโบลามีทั้งหมด 6 สายพันธุ์ แต่มีเพียง 3 สายพันธุ์ที่เคยก่อให้เกิดการระบาดในมนุษย์
แม้ปัจจุบันจะมีวัคซีนสำหรับอีโบลาสายพันธุ์ "ซาอีร์" ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบได้บ่อยที่สุด แต่การระบาดครั้งนี้เกิดจากสายพันธุ์ "บุนดิบูจิโอ" ซึ่งเคยถูกตรวจพบเพียง 2 ครั้งในประวัติศาสตร์ และยังไม่มีวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ
ด้านดร.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า หากสามารถพัฒนาวัคซีนสำหรับอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูจิโอได้สำเร็จ จะช่วยควบคุมการระบาดในปัจจุบัน และเพิ่มความพร้อมของโลกในการรับมือกับการระบาดครั้งต่อไปในอนาคต.
ที่มา : BBC
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ