NVIDIA ผู้นำด้านเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ ประกาศเปิดตัวชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดสำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ในชื่อ "RTX Spark" รุกคืบเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคระดับทั่วไปสำหรับอุปกรณ์ที่ผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มรูปแบบ ด้านผู้เชี่ยวชาญชี้อาจเป็นการท้าชนเจ้าตลาดเดิมอย่าง แอปเปิล, อินเทล และ AMD

เจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia ได้ขึ้นเวทีกล่าวปาฐกถาพิเศษก่อนการเปิดฉากงานแสดงเทคโนโลยีระดับโลก Computex ที่นครไทเป ของไต้หวัน พร้อมเปิดตัวชิปซีพียูรุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ในชื่อ "RTX Spark"

เจนเซน หวง ระบุว่า การเผยโฉมชิปตัวนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ โดยกล่าวว่า "การปฏิวัติคอมพิวเตอร์ในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับการปฏิวัติโทรศัพท์มือถือแบบเดิมๆ ให้กลายมาเป็นสิ่งที่เราเรียกกันในปัจจุบันว่า สมาร์ตโฟน" พร้อมเสริมว่ามันคือคอมพิวเตอร์ที่น่าทึ่ง ไม่ว่าจะต้องการใช้ในงานด้านชีววิทยาดิจิทัล การประมวลผลแผ่นดินไหว หรือฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ก็สามารถจัดการได้อย่างไม่มีปัญหา

ด้าน Nvidia ได้ระบุในเว็บไซต์ของบริษัทว่า RTX Spark คือ "ซูเปอร์ชิป" รุ่นใหม่สำหรับยุคของระบบคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ขับเคลื่อนด้วย AI Agents หรือ ปัญญาประดิษฐ์ที่ทำงานในรูปแบบตัวแทน ซึ่งจะยกระดับคลาสของคอมพิวเตอร์จากการเป็นเพียง "เครื่องมือ" ให้กลายมาเป็น "เพื่อนร่วมงาน" ที่สามารถทำงานต่างๆ แทนผู้ใช้ได้อย่างง่ายดาย

ทั้งนี้ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและแล็ปท็อปรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยชิป RTX Spark จากแบรนด์ผู้ผลิตชั้นนำ เช่น Lenovo, HP, Dell, Microsoft Surface, Asus และ MSI มีกำหนดการจะออกวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ โดยมีแบรนด์ Acer และ Gigabyte ที่จะวางจำหน่ายตามมาในภายหลัง

...

การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ของ Nvidia ถือเป็นการส่งสัญญาณท้าชนโดยตรงต่อเจ้าตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรายใหญ่อย่าง Apple, Intel และ AMD แม้ว่าอุปกรณ์รุ่นใหม่เหล่านี้อาจจะเปิดตัวมาด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงก็ตาม ข้อมูลจากบริษัทวิจัย Gartner ระบุว่า Lenovo, HP, Dell และ Apple ครองส่วนแบ่งในตลาดพีซีทั่วโลกรวมกันเกือบ 75% ในช่วงสามเดือนแรกของปีนี้

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชิปของ Nvidia เข้าไปขับเคลื่อนอุปกรณ์วินโดวส์ เนื่องจากเคยมีแท็บเล็ตบางรุ่นใช้ชิปของบริษัทในช่วงต้นทศวรรษ 2010 แต่อุตสาหกรรมในปัจจุบันมองว่านี่คือกลยุทธ์สำคัญของ Nvidia ในการกระจายความเสี่ยงธุรกิจมาสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไป หลังจากที่บริษัททำกำไรมหาศาลอย่างต่อเนื่องจากการขายชิปประมวลผลสำหรับศูนย์ข้อมูลให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก จนส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาดของ Nvidia พุ่งทะลุ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แซงหน้ามูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของประเทศญี่ปุ่นหรืออินเดียไปแล้ว

สตีเฟน วู อดีตวิศวกรซอฟต์แวร์ AI และผู้ก่อตั้งกองทุนรวม Carthage Capital ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า "Nvidia กำลังข้ามผ่านห่วงโซ่อุปทานพีซีแบบดั้งเดิม เพื่อสร้างการผูกขาดฮาร์ดแวร์แบบเบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ" โดยเขามองว่าสถาปัตยกรรมใหม่นี้ถือเป็น "ภัยคุกคามต่อความอยู่รอด" (Existential Threat) ของการออกแบบชิปแล็ปท็อปในปัจจุบัน ซึ่ง Intel และ AMD จะได้รับผลกระทบโดยตรงเป็นกลุ่มแรก

อย่างไรก็ตาม อเลนา ยี บรรณาธิการอาวุโสของนิตยสาร PC World ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ท่ามกลางภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำที่กำลังดันราคาฮาร์ดแวร์ให้สูงขึ้น "คำถามที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่เรื่องที่ว่าฮาร์ดแวร์พีซียุคถัดไปจะทรงพลังแค่ไหน แต่เป็นคำถามที่ว่าผู้ซื้อจะยังสามารถจ่ายเงินซื้อมันไหวหรือไม่ต่างหาก"

นอกจากนี้ เจนเซน หวง ยังได้จัดแสดงแพลตฟอร์มชิปรุ่นถัดไปในชื่อ "Vera Rubin" บนเวที พร้อมระบุว่ากระแสความนิยมในเทคโนโลยี AI Agents กำลังผลักดันให้ความต้องการพลังงานในการประมวลผลพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล และเขาได้แสดงความเห็นต่อข้อกังวลที่ว่า AI จะเข้ามาแย่งงานของมนุษย์ทั่วโลกว่าเป็น "เรื่องเหลวไหล"

อย่างไรก็ดี ในการแถลงข่าวครั้งนี้ เจนเซน หวง ไม่ได้กล่าวถึงประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และจีน เกี่ยวกับการพยายามจำหน่ายชิปที่ใช้เทรนและรันระบบ AI ในประเทศจีน ซึ่งรัฐบาลวอชิงตันได้พยายามสกัดกั้นไม่ให้บริษัทจีนสามารถเข้าถึงชิปขั้นสูงได้

ด้านกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ได้ดำเนินการปิดช่องโหว่ทางกฎหมายที่อาจเปิดโอกาสให้มีการส่งออกเทคโนโลยี AI ขั้นสูง เช่น ชิปประมวลผลตระกูล Blackwell ของ Nvidia ไปยังบริษัทลูกของจีนที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีน แม้ว่าก่อนหน้านี้ในเดือนธันวาคม สหรัฐฯ จะเคยผ่อนปรนข้อจำกัดด้านความมั่นคงในการส่งออกชิปรุ่น H200 ไปยังประเทศจีนแล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันยังคงไม่มีสัญญาณการสั่งซื้อขนาดใหญ่จากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน เนื่องจากรัฐบาลปักกิ่งกำลังเร่งพัฒนาและผลิตชิปภายในประเทศเพื่อขึ้นมาท้าชนมหาอำนาจทางเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เช่นกัน.


ที่มา NVIDIA / BBC