หัวหน้าทีมเจรจาของอิหร่านกล่าวว่า พวกเขาไม่ไว้ใจสหรัฐฯ หลังมีรายงานข่าวว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ยื่นข้อเสนอที่เข้มงวดกว่าเดิมกลับไปให้ทางอิหร่านพิจารณา อาจส่งผลให้การบรรลุข้อตกลงล่าช้าออกไปอีก
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 พ.ค. 2569 นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าผู้แทนเจรจาของอิหร่านออกมาเตือนว่า สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ไม่น่าไว้ใจ พร้อมระบุว่า รัฐบาลอิหร่านจะไม่ยอมลงนามในข้อตกลงใด ๆ กับสหรัฐฯ อย่างเด็ดขาด หากข้อตกลงนั้นไม่ได้รับประกันสิทธิของอิหร่านอย่างเต็มที่
ถ้อยแถลงของนายกาลิบาฟมีขึ้นหลังจากมีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ส่งข้อเสนอสันติภาพที่เข้มงวดและเด็ดขาดกว่าเดิมกลับไปให้ทางอิหร่าน ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงรอยร้าวที่ทั้งสองฝ่ายยังคงต้องหาทางปรับความเข้าใจกัน
การปรับเปลี่ยนรายละเอียดใด ๆ ในร่างข้อตกลงเพิ่มเติมหลังจากนี้ อาจส่งผลให้การบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลางอย่างเป็นทางการ และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งต้องล่าช้าออกไปอีก หลังจากทั้งสองฝ่ายเจรจากันมานานหลายสัปดาห์ ในขณะที่กองทัพสหรัฐฯ กับอิหร่าน มีการปะทะกันประปรายในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ สำนักข่าว เดอะนิวยอร์กไทมส์ (The New York Times) และแอกซิออส (Axios) รายงานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า ทรัมป์ได้ส่งกรอบข้อเสนอใหม่ที่ "เข้มงวดกว่าเดิม" กลับไปให้อิหร่านพิจารณา แม้ว่ารายละเอียดต่าง ๆ จะยังคงไม่แน่ชัดก็ตาม
ทรัมป์ระบุว่า สิ่งที่เขาให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ๆ รวมถึงการขัดขวางไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ใด ๆ และการเปิดเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเป็นเส้นทางที่อิหร่านพยายามเข้ามาควบคุมนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กรุงเตหะรานได้แสดงความเคลือบแคลงสงสัยต่อคำกล่าวอ้างของทรัมป์ และทั้งสองฝ่ายยังคงมีความเห็นที่ต่างกันอย่างมากในประเด็นสำคัญ ๆ
...
“เราจะไม่อนุมัติข้อตกลงใด ๆ จนกว่าเราจะแน่ใจว่าสิทธิของประชาชนชาวอิหร่านได้รับการคุ้มครองอย่างครบถ้วน” กาลิบาฟกล่าวในวิดีโอที่มีการแพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาล
สื่อของอิหร่านระบุว่า ฝ่ายอิหร่านต้องการให้สหรัฐฯ ปลดล็อกทรัพย์สินมูลค่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ ก่อนจะมีการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ พร้อมทั้งปฏิเสธคำกล่าวอ้างของทรัมป์ก่อนหน้านี้ที่ว่า คลังสะสมยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านจะถูกทำลาย โดยระบุว่าเป็นเรื่องที่ "ไม่มีมูลความจริง"
นอกจากนี้ กรุงเตหะรานยังยืนกรานว่าต้องรวมเลบานอนเข้าไว้ในข้อตกลงใด ๆ ด้วย ในขณะที่อิสราเอลยังโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในภาคใต้ของเลบานอนอย่างต่อเนื่อง
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna