รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันว่า สหรัฐฯ ไม่ได้หันหลังให้ชาติพันธมิตรในเอเชีย แต่ต้องการให้ชาติพันธมิตรเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศให้มากขึ้น
เมื่อวันเสาร์ที่ 30 พ.ค. 2569 นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงที่การประชุม แชงกรี-ลา ไดอะล็อก (Shangri-La Dialogue) ซึ่งเป็นเวทีหารือด้านความมั่นคงระดับภูมิภาคที่สิงคโปร์ ว่ากองทัพสหรัฐฯ ไม่ได้กำลัง “หันหลัง” ให้กับเอเชีย ในขณะที่พวกเขากำลังปฏิบัติภารกิจตาม “พันธกรณีระดับโลก” ต่างๆ เช่น สงครามอิหร่าน
ระหว่างการประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นได้ตั้งคำถามเพื่อความชัดเจนเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ โดยระบุว่า “บางประเทศอาจประเมินระดับความมุ่งมั่นดังกล่าวต่ำเกินไป” และอาจพยายาม “ตอกลิ่ม” เพื่อสร้างความแตกแยกระหว่างสหรัฐฯ กับกลุ่มพันธมิตร
เฮกเซธได้ตอบคำถามนี้ว่า ส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศของสหรัฐฯ นั้นมุ่งเป้าไปที่ “การแสดงแสนยานุภาพ” ในมหาสมุทรแปซิฟิกและการทำงานร่วมกับพันธมิตร
“คนมักจะเอาเรื่องที่เรามีพันธกรณีระดับโลก ไปปะปนกับการที่เราหันหลังให้ภูมิภาคนี้” เขากล่าว พร้อมปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย
“เราสามารถทำสองสิ่งพร้อมกันได้” เขายืนยัน โดยระบุว่าสหรัฐฯ กำลังทำงานร่วมกับพันธมิตร “อย่างเงียบๆ แต่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง” ด้วย “แนวทางที่จริงจังและเป็นรูปธรรม” ในภูมิภาคแปซิฟิก ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษา “พันธกรณีระดับโลกเพื่อสร้างความมั่นใจว่า อิหร่านจะไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้”
ทั้งนี้ นายเฮกเซธพยายามสร้างความมั่นใจให้แก่พันธมิตรในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เกี่ยวกับความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ที่มีต่อภูมิภาคนี้ รวมถึงการส่งมอบอาวุธตามข้อตกลง แม้ว่าจะเพิ่งมีการระงับแพ็กเกจอาวุธสำหรับไต้หวันไปก็ตาม พร้อมกันนี้เขายังได้ย้ำข้อเรียกร้องให้พันธมิตรในเอเชียเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศให้มากขึ้นด้วย
...
ผู้เข้าร่วมการประชุมรายหนึ่งได้หยิบยกคำถามเกี่ยวกับความสามารถของสหรัฐฯ ในการส่งมอบอาวุธตามข้อตกลงให้แก่ประเทศพันธมิตร หลังระงับแพ็กเกจอาวุธของไต้หวัน เพื่อสำรองคลังกระสุนไว้ใช้ในสงครามอิหร่าน
นายเฮกเซธกล่าวว่า เขาอยากให้ “แยกแยะสองประเด็นนี้ออกจากกันโดยสิ้นเชิง” โดยยืนยันว่าสหรัฐฯ อยู่ใน “จุดที่ดีมาก... และสถานะที่แข็งแกร่งมาก” ในแง่ของคลังแสงอาวุธโดยรวม รวมถึงความสามารถในการผลิตเพิ่มหากมีความจำเป็น
ในสุนทรพจน์ของเขา เฮกเซธเน้นย้ำถึงแนวทางที่ “แข็งแกร่ง สงบ และชัดเจน” ของสหรัฐฯ ต่อภูมิภาคนี้ ซึ่งก็คือการมีศักยภาพในการ “พูดจานุ่มนวล” แต่ถือ “กระบองท่อนใหญ่” เอาไว้
เขายืนยันว่า หัวใจสำคัญของแนวทางนี้คือการมีอาวุธที่มากขึ้น แทนที่จะเป็นเพียง “วาทกรรมโลกาภิวัตน์ที่ว่างเปล่าเกี่ยวกับระเบียบระหว่างประเทศที่อิงตามกฎกติกา”
“กฎกติกานั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าคุณไม่สามารถสนับสนุนมันด้วยอำนาจที่จับต้องได้ กฎเหล่านั้นก็ไม่มีค่าอะไรไปมากกว่าเศษกระดาษที่เขียนไว้” นายเฮกเซธกล่าว “เราไม่ต้องการการประชุมที่มากขึ้น แต่เราต้องการกำลังรบที่มากขึ้น... งานแชงกรี-ลา ไดอะล็อก น้อยลงหน่อย แต่ขอเรือรบและเรือดำน้ำให้มากขึ้น”
นายเฮกเซธยังย้ำข้อเรียกร้องที่เขาเคยพูดไว้ในสุนทรพจน์เมื่อปีก่อน โดยเรียกร้องให้พันธมิตรในเอเชียเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 3.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของแต่ละประเทศ และกล่าวชื่นชมประเทศที่เพิ่มงบประมาณและเพิ่มความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และฟิลิปปินส์
อย่างไรก็ตาม เฮกเซธก็ได้วิพากษ์วิจารณ์กลุ่มประเทศที่เขาเรียกว่าเป็นพวก “กินแรง” ประเทศอื่น โดยหนึ่งในนั้นคือนิวซีแลนด์ พร้อมกับเตือนว่า “ยุโรปและนาโต (Nato) มีการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่ต้องทำ”
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc