เอฟบีไอจับกุมอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของซีไอเอ (CIA) หลังบุกค้นบ้านพักในรัฐเวอร์จิเนีย พบทองคำแท่งรวม 303 แท่ง มูลค่ากว่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,300 ล้านบาท พร้อมเงินสด 2 ล้านดอลลาร์ และนาฬิกาหรูจำนวนมาก พร้อมถูกแฉปลอมประวัติการศึกษาและประวัติรับราชการทหารทั้งหมด

สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ (FBI) นำหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านพักในรัฐเวอร์จิเนียของนายเดวิด รัช อดีตเจ้าหน้าที่ระดับผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานข่าวกรองกลาง (CIA) ก่อนจะตะลึงเมื่อพบทองคำแท่งจำนวน 303 แท่ง น้ำหนักแท่งละประมาณ 1 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าตามราคาตลาดปัจจุบันสูงเกินกว่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,300 ล้านบาท) ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน

นอกจากทองคำแท่งแล้ว เจ้าหน้าที่ยังสามารถยึดเงินสดสกุลดอลลาร์สหรัฐได้อีกราว 2 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 65 ล้านบาท) และนาฬิกาข้อมือแบรนด์หรูอีก 35 เรือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนาฬิกายี่ห้อโรเล็กซ์ โดยในขณะนี้นายรัชถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำเพื่อรอขึ้นศาล และทางทนายความส่วนตัวของเขายังคงปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใด ๆ

คดีดังกล่าวถูกเปิดเผยหลังจากฝั่งซีไอเอพบความผิดปกติภายในองค์กร โดยนายจอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการซีไอเอ ได้ส่งเรื่องประสานงานให้เอฟบีไอเข้ามาสืบสวนคดีอาญาอย่างเป็นทางการ จนนำไปสู่การจับกุมตัวนายรัชเมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา ในข้อหาลักทรัพย์ของทางราชการ

จากเอกสารคำฟ้องของศาลระบุว่า ในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2025 ถึงเดือนมีนาคม 2026 นายรัชได้อาศัยตำแหน่งหน้าที่ระดับสูงซึ่งสามารถเข้าถึงชั้นความลับขั้นสูงสุด ยื่นคำร้องต่อรัฐบาลสหรัฐฯ หลายครั้ง เพื่อขอเบิกเงินตราต่างประเทศจำนวนมากรวมถึงทองคำแท่งมูลค่านับสิบล้านดอลลาร์ โดยอ้างว่าเพื่อนำไปใช้เป็น "ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน"

...

แต่จากการตรวจสอบภายในภายหลัง ซีไอเอกลับไม่สามารถตามหาทองคำแท่งหรือเงินตราต่างประเทศเหล่านั้นได้ และไม่มีบันทึกรายงานจากนายรัชเลยว่าเขานำทองคำและเงินเหล่านั้นไปใช้ในจุดประสงค์ใด จนกระทั่งเอฟบีไอเข้าบุกค้นบ้านพักของเขาเมื่อวันที่ 18 พ.ค. และพบของกลางทั้งหมดถูกซุกไว้ในบ้านโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

นอกเหนือจากคดีฉ้อโกงทองคำแล้ว เอฟบีไอยังพบว่านายรัชมีพฤติกรรม "ลวงโลก" มาตั้งแต่ปี 1997 โดยเริ่มจากการปลอมแปลงเอกสารผลการเรียนและวุฒิการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเคลมสัน เพื่อใช้สมัครเข้าเป็นทหารในกองทัพเรือสหรัฐฯ จนทำให้เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นร้อยตรีในกองทัพเรือสำรองเมื่อปี 2004 ก่อนจะลาออกในปี 2015

หลังจากนั้น เขายังใช้ประวัติการศึกษาปลอมที่อ้างว่าจบจากสถาบันหลายแห่ง ทั้งมหาวิทยาลัยเคลมสัน, สถาบันโพลิเทคนิคเรนส์ซีเลียร์ (RPI) และบัณฑิตวิทยาลัยการทัพเรือ ในการยื่นสมัครเข้าทำงานกับรัฐบาลกลางถึง 3 ครั้ง รวมถึงใช้ยื่นขอใบรับรองความปลอดภัยทางทหาร

ยิ่งไปกว่านั้น ในปี 2561 นายรัชได้ยื่นเอกสารเพื่อก้าวเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง โดยอ้างโปรไฟล์หรูว่าตนเองเป็นผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนักบินทดสอบของกองทัพอากาศสหรัฐฯ และปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายทดสอบขององค์กรทดสอบอาวุธร่วมระหว่างกองทัพบกและกองทัพเรือ ซึ่งคุมกำลังพล 145 นายและเครื่องบินอีก 18 ลำ ทว่าเอฟบีไอสืบพบว่า "ทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก" นายรัชไม่เคยเรียนจบจากสถาบันเหล่านั้น และไม่เคยปฏิบัติหน้าที่เป็นนักบินของกองทัพเรือเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ความผิดฐานฉ้อโกงของเขายังลามไปถึงการที่เขาแจ้งต่อหน่วยงานรัฐว่า ตนเองยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในกองทัพเรือสำรอง ทั้งที่ความจริงเขาลาออกไปตั้งแต่ปี 2515 พฤติกรรมนี้ทำให้เขาได้รับเงินชดเชยและค่าจ้างสำหรับการ "ลาไปปฏิบัติหน้าที่ทางทหาร" เป็นเงินฟรีอีกหลายหมื่นดอลลาร์สหรัฐ

ในปัจจุบัน อัยการรัฐบาลกลางและทนายความฝ่ายจำเลยได้ยื่นคำร้องร่วมกันเพื่อขอเลื่อนการไต่สวนการควบคุมตัวออกไปเป็นวันที่ 5 มิ.ย.นี้ ณ ศาลแขวงสหรัฐฯ ประจำเขตเวอร์จิเนียตะวันออก เพื่อรวบรวมและประเมินหลักฐานเพิ่มเติม ขณะที่ทางเอฟบีไอและซีไอแถลงการณ์ร่วมกันว่า จะยังคงสืบสวนเชิงลึกในคดีนี้ต่อไปอย่างเข้มงวดที่สุด.


ที่มา BBC / CBS