สายการบินเจแปนแอร์ไลน์ หรือ JAL เปิดโครงการส่งวัตถุทางวัฒนธรรมและสินค้าสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นไปเก็บรักษาบนดวงจันทร์ ร่วมกับบริษัทพัฒนาทรัพยากรบนดวงจันทร์ ispace หวังปกป้องมรดกของมนุษยชาติจากภัยสงคราม ภัยธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมตั้งเป้าเป็นสายการบินแรกของโลกที่ให้บริการขนส่งสิ่งของสู่ดวงจันทร์
บริษัท เจแปนแอร์ไลน์ จำกัด (JAL) ร่วมกับ JALUX บริษัทการค้าในเครือ JAL Group และ ispace บริษัทพัฒนาทรัพยากรบนดวงจันทร์ระดับโลก ประกาศลงนามข้อตกลงร่วมกันในการเปิดตัวโครงการ "ARGO Trans-Lunar Heritage Project" หรือ ARGO PROJECT
โครงการนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกลุ่มดาวเรืออาร์โก (Argo Navis) ซึ่งเปรียบเสมือนเรือใบ ลำใหญ่ โดยมีแนวคิดหลักคือการเป็น "ยานส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น" เนื่องจากโลกในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความเสี่ยงสูงที่ศิลปวัตถุ รวมถึงวิถีชีวิตอันล้ำค่าอาจสูญสลายไปอย่างกะทันหันจากภัยสงคราม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ รัฐบาลท้องถิ่นและบริษัทเอกชนจึงสามารถใช้บริการนี้เพื่อส่งสิ่งของที่เป็นเอกลักษณ์ วัตถุทางวัฒนธรรม หรือสินค้าที่เป็นสัญลักษณ์ขององค์กรไปจัดเก็บไว้ในสภาพแวดล้อมบนดวงจันทร์ เพื่อรอวันที่คนรุ่นหลังหรือประชากรบนดวงจันทร์ในอนาคตมาเปิดออกดู
หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ JAL จะกลายเป็นสายการบินแห่งแรกของโลกที่ให้บริการขนส่งสิ่งของไปยังดวงจันทร์ โดยได้เริ่มเปิดรับสมัครและเปิดขายพื้นที่ขนส่งให้แก่บริษัทเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. เป็นต้นไป
การขนส่งในครั้งนี้จะใช้ยานลงจอดบนดวงจันทร์ ในภารกิจ "Mission 3" ของบริษัท ispace ซึ่งมีกำหนดการปล่อยตัวในปี 2028 โดยสิ่งของทั้งหมดจะถูกจัดเก็บไว้ในกล่องขนส่งอวกาศพิเศษที่มีชื่อว่า "Möbius Ark" ที่มีความยาวประมาณ 20 เซนติเมตร กว้าง 20 เซนติเมตร และสูง 10 เซนติเมตร โดยภายในจะถูกแบ่งเป็นช่องย่อยๆ สำหรับจัดวางสิ่งของ
...
กล่องดังกล่าวผลิตด้วยวัสดุพิเศษที่สามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่รุนแรงบนพื้นผิวดวงจันทร์ เพื่อปกป้องสิ่งของภายในได้ในระยะยาว โดยเมื่อยานเดินทางถึงและจัดวางกล่อง Möbius Ark บนพื้นผิวดวงจันทร์เรียบร้อยแล้ว จะมีการถ่ายภาพส่งกลับมายังโลกเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันความสำเร็จด้วย
โปรเจกต์นี้จะถูกแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 เฟสหลัก โดยเฟส 1 ในปัจจุบัน เป็นการพัฒนาตู้คอนเทนเนอร์ และเปิดรับสมัครและคัดเลือกสิ่งของทางวัฒนธรรมที่จะส่งไปดวงจันทร์ ส่วนเฟส 2 จะเป็นการปล่อยจรวดเพื่อขนส่งตู้คอนเทนเนอร์จากวงโคจรโลกมุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์ ขณะที่เฟส 3 ยานจะลงจอดบนพื้นดวงจันทร์ และทำการติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์ในจุดที่กำหนด และเฟส 4 เป็นการจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์ในระยะยาว เพื่อรอการส่งมอบมรดกวัฒนธรรมสู่มนุษยชาติบนดวงจันทร์ในอนาคต
โครงการนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของภาคธุรกิจอวกาศในญี่ปุ่น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนในการปล่อยจรวดที่ลดต่ำลงอย่างมาก
นายโยสึเกะ เอโนโมโตะ ผู้จัดการอาวุโสของบริษัท PwC Consulting ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจอวกาศ ให้ความเห็นว่า "ในปัจจุบัน บริษัทที่ไม่เคยทำธุรกิจเกี่ยวกับอวกาศมาก่อน ต่างพยายามมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ โดยการนำเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญของตนเองมาปรับใช้"
อย่างไรก็ตาม เขาระบุเพิ่มเติมว่าการเดินทางไปอวกาศยังคงมีราคาแพงเกินไปสำหรับผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งการที่จะทำให้การขนส่งหรือการเดินทางในลักษณะนี้แพร่หลายได้ในอนาคต จำเป็นต้องมีการรับรองความปลอดภัยขั้นสูง รวมถึงการพัฒนาทางเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนให้ต่ำลงกว่าที่เป็นอยู่
การก้าวเข้าสู่ธุรกิจอวกาศของ JAL Group ในครั้งนี้ ถือเป็นการนำประสบการณ์ด้านการขนส่งทางอากาศที่ยาวนานกว่า 70 ปี มาต่อยอดเพื่อสร้างเครือข่ายการขนส่งใหม่ไปยังดวงจันทร์ และมุ่งหวังที่จะสร้างสังคมที่การขนส่งสู่อวกาศกลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับทุกคนในอนาคต.
ที่มา JAPAN AIRLINES / KYODO NEWS