ทางการเกาหลีใต้จับกุมยูทูบเบอร์ชื่อดัง เจ้าของช่อง Hover Lab หลังถูกกล่าวหาใช้เทคโนโลยี AI ปลอมแปลงเสียงและข้อความ เพื่อกล่าวหานักแสดงชื่อดัง "คิม ซูฮยอน" ว่าคบหากับนักแสดงสาวผู้ล่วงลับ "คิม แซรน" ตั้งแต่ยังเป็นผู้เยาว์ จนกระทบอาชีพและสภาพจิตใจของนักแสดงอย่างหนัก
ทางการเกาหลีใต้ได้ทำการจับกุมตัวยูทูบเบอร์ชื่อดัง จากการเผยแพร่ข้อมูลเท็จและปลอมแปลงหลักฐาน และหมิ่นประมาทด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับพระเอกชื่อดัง "คิม ซูฮยอน" ซึ่งข่าวดังกล่าวได้ทำลายชื่อเสียงและทำให้เส้นทางอาชีพในวงการบันเทิงของนักแสดงหนุ่มต้องหยุดชะงักลง
โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (26 พ.ค.) ศาลแขวงกรุงโซลกลางได้อนุมัติหมายจับ "คิม เซอี" ผู้ดำเนินรายการช่องยูทูบแนวคิดอนุรักษ์นิยมชื่อดังอย่าง "Hover Lab" ซึ่งมีผู้ติดตามเกือบ 1 ล้านคน เนื่องจากศาลกังวลว่าผู้ต้องหาอาจจะทำลายหลักฐานหรือหลบหนี
เจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานอัยการระบุว่า คิมเซอี ได้ทำการบิดเบือนหลักฐานโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI สร้างคลิปเสียงปลอมของ "คิม แซรน" อดีตนักแสดงหญิงผู้ล่วงลับ เพื่อทำให้คนเชื่อว่าเธอเคยคบหาและมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคิมซูฮยอนตั้งแต่เธอยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น รวมถึงปลอมแปลงภาพถ่ายหน้าจอ ข้อความแชตจากโทรศัพท์ของดาราสาว นอกจากนี้ยังกล่าวหาว่า คิมซูฮยอนได้กดดันเรื่องการชดใช้หนี้สินจนเป็นเหตุให้ดาราสาวตัดสินใจจบชีวิตตนเองในวัย 24 ปี เมื่อช่วงต้นปี 2025 ที่ผ่านมา ซึ่งข้อกล่าวหาทั้งหมดนี้ คิมซูฮยอน ได้ปฏิเสธมาโดยตลอด
ทางด้าน Gold Medalist บริษัทต้นสังกัดของคิมซูฮยอน ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธระบุว่า "ในที่สุด ความจริงก็ได้รับการพิสูจน์แล้วผ่านกระบวนการทางกฎหมายและการตรวจสอบอย่างละเอียด ผลการสืบสวนยืนยันว่าข้อสงสัยและหลักฐานทั้งหมดที่ช่อง Hover Lab นำมาอ้างต่อคิมซูฮยอนนั้น ไม่มีมูลความจริง" พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่และแฟนคลับทุกคนที่เชื่อใจและอยู่เคียงข้างพระเอกหนุ่มมาโดยตลอด
...
นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังระบุถึงตอนที่ คิมซูฮยอน เคยหลั่งน้ำตาในงานแถลงข่าวเมื่อเดือนมีนาคม 2025 โดยในตอนนั้นเขายอมรับว่าเคยคบหากับคิมแซรนเป็นเวลา 1 ปีจริง แต่เกิดขึ้นตอนที่เธอเป็นผู้ใหญ่แล้วเท่านั้น และเขาได้ลั่นวาจาไว้ว่า "ผมไม่ขอให้พวกคุณเชื่อผมในตอนนี้ แต่ผมจะพิสูจน์ตัวเองให้ได้" ซึ่งทางต้นสังกัดเผยว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา พระเอกหนุ่มได้อุทิศตนเพื่อทำตามสัญญาที่ให้ไว้เพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งอนุมัติหมายจับ คิมเซอีได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหน้าศาลโดยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และอ้างว่าหมายจับดังกล่าวไม่ได้เรียบเรียงข้อเท็จจริงพื้นฐานอย่างถูกต้อง พร้อมประกาศว่าจะยื่นฟ้องกลับเจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการที่ขอหมายจับเขาในครั้งนี้ด้วย
รายงานจากสื่อท้องถิ่น "จุงอัง อิลโบ" เปิดเผยบันทึกของตำรวจระบุว่า ข้อกล่าวหาอันเป็นเท็จจากช่อง Hover Lab ได้ "ทำลายรากฐานทางสังคมและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในทุก ๆ ด้านของคิมซูฮยอน รวมถึงทำลายพื้นฐานการอยู่รอดในอาชีพการงานของเขาอย่างย่อยยับ" ยิ่งไปกว่านั้น ตำรวจยังเปิดเผยว่า ปัจจุบัน คิมซูฮยอน ยังคงต้องเข้ารับการรักษาบำบัดทางจิตจากผลกระทบของเหตุการณ์สะเทือนใจในครั้งนี้ด้วย
สำหรับช่อง Hover Lab ถือเป็นช่อง YouTube ที่มีประเด็นอื้อฉาวและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเกาหลีใต้ โดยมักจะเน้นนำเสนอข่าววิเคราะห์การเมืองเชิงลึก และข่าวซุบซิบดาราในวงการบันเทิง ซึ่งศาลชี้ว่าพฤติกรรมในครั้งนี้มีโทษร้ายแรงทั้งในข้อหาหมิ่นประมาทและพยายามกรรโชกทรัพย์ และในเดือนมีนาคมปีที่แล้ว คิมซูฮยอนก็ได้ยื่นฟ้องดำเนินคดีอาญากับยูทูบเบอร์รายนี้ รวมถึงครอบครัวของดาราสาวผู้ล่วงลับฐานแจ้งความเท็จไปก่อนหน้านี้แล้วเช่นกัน.