เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการทดสอบระบบเครื่องยิงขีปนาวุธเอนกประสงค์น้ำหนักเบารุ่นใหม่ พร้อมด้วยขีปนาวุธร่อนยุทธวิธีขับเคลื่อนด้วยระบบ AI โดยมี "คิม จองอึน" ร่วมสังเกตการณ์และควบคุมการทดสอบด้วยตนเอง

สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ของทางการเกาหลีเหนือรายงานว่า เกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบระบบเครื่องยิงขีปนาวุธเอนกประสงค์น้ำหนักเบาที่พัฒนาขึ้นใหม่ รวมถึงระบบอาวุธขีปนาวุธร่อนยุทธวิธีหลายประเภท โดยมีนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของประเทศ ร่วมสังเกตการณ์และควบคุมการทดสอบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัย

รายงานดังกล่าวมีขึ้นทำเนียบหลังจากที่กองทัพเกาหลีใต้ตรวจพบว่า เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยใกล้ (CRBM) ซึ่งมีรัศมีทำการไม่เกิน 300 กิโลเมตร และจรวดปืนใหญ่หลายลูกจากบริเวณเมืองจงจู จังหวัดพยองอันเหนือ มุ่งหน้าสู่ทะเลเหลือง  โดยกองทัพเกาหลีใต้ระบุว่า ขีปนาวุธดังกล่าวบินเป็นระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร

สื่อเกาหลีเหนือระบุว่า การทดสอบเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (26 พ.ค.) เป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนาการป้องกันประเทศระยะเวลา 5 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และประเมินอานุภาพของหัวรบภารกิจพิเศษของขีปนาวุธทิ้งตัวยุทธวิธี, ความแม่นยำของจรวดปืนใหญ่ขนาด 240 มิลลิเมตรที่ขยายระยะยิงไกลขึ้นด้วยระบบนำทางอัตโนมัติที่มีความแม่นยำสูง และความแม่นยำในการโจมตีด้วยระบบนำทางปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของขีปนาวุธร่อนยุทธวิธี

รายงานข่าวระบุว่า นายคิม จองอึน แสดงความพึงพอใจอย่างยิ่งต่อผลการทดสอบ พร้อมระบุว่านี่คือสัญญาณที่ชัดเจนของการยกระดับกองทัพและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่ นอกจากนี้ ผู้นำเกาหลีเหนือยังได้กล่าวชื่นชมขีปนาวุธร่อนยุทธวิธีเป็นพิเศษ ซึ่งมีแผนจะนำไปประจำการในหน่วยปืนใหญ่ระยะไกลบริเวณชายแดนใต้ โดยขีปนาวุธนี้ได้รวมระบบนำทางที่หลากหลายเข้าด้วยกัน รวมถึงการทำแผนที่ภูมิประเทศและระบบล็อกเป้าหมายด้วย AI ทำให้สามารถโจมตีเป้าหมายใด ๆ ในระยะ 100 กิโลเมตรได้อย่างแม่นยำสูงสุด

...

คิม จองอึน กล่าวเสริมว่า "มันเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับปฏิบัติการของกองทัพเรา ที่จะต้องมีอานุภาพทำลายล้างที่รุนแรงพอที่จะทำให้กองกำลังใดก็ตามที่เผชิญหน้ากับเรา ไม่สามารถมีชีวิตรอดได้ในทางทฤษฎี โดยไม่ต้องพึ่งพาเรื่องของโชคชะตา" 

นอกจากนี้ ภาพถ่ายที่เผยแพร่โดยเคซีเอ็นเอเผยให้เห็นภาพขีปนาวุธพุ่งทะยานออกจากฐานยิงเคลื่อนที่ พร้อมเปลวเพลิงและกลุ่มควันหนาทึบพวยพุ่งรอบตัวรถ และอีกภาพหนึ่งเผยให้เห็นนายคิม จองอึน ยืนสั่งการอยู่ข้าง ๆ รถฐานยิงเคลื่อนที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูง

ฮง มิน นักวิเคราะห์จากสถาบันเพื่อการรวมชาติแห่งเกาหลีในกรุงโซล แสดงความเห็นว่าการทดสอบครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าเปียงยางมีเจตนาที่จะใช้งานระบบอาวุธดังกล่าวในสถานการณ์สงครามจริง โดยมันคือ "ระบบโจมตีที่แม่นยำแบบบูรณาการ" ที่ผสมผสานทั้งขีปนาวุธร่อน จรวดนำวิถีหลายลำกล้อง และขีปนาวุธทิ้งตัวเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงอาวุธตามแบบที่มีประสิทธิภาพสูง อัตโนมัติ ระยะไกล และสามารถโจมตีเกาหลีใต้ได้อย่างราบคาบโดยไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธนิวเคลียร์

การทดสอบร่วมกันของขีปนาวุธระยะใกล้และจรวดปืนใหญ่ในครั้งนี้ ถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก และถูกมองว่าเป็นความพยายามของเกาหลีเหนือในการสาธิตขีดความสามารถที่จะโจมตีเป้าหมายโดยสามารถหลบเลี่ยงระบบป้องกันภัยทางอากาศได้ ทั้งนี้ การยิงขีปนาวุธดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกในรอบ 37 วัน และเป็นการทดสอบครั้งที่ 8 ของเกาหลีเหนือในปีนี้ โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 เมษายน เกาหลีเหนือเพิ่งทดสอบขีปนาวุธทิ้งตัวยุทธวิธีแบบพื้นสู่พื้นจากพื้นที่ซินโพเพื่อทดสอบหัวรบระเบิดลูกปราย

ขณะเดียวกัน เกาหลีใต้ก็ได้ประกาศแผนการเชิงรุก โดยนายอัน กยูแบก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้เปิดเผยว่า รัฐบาลมีแผนที่จะพัฒนาและต่อเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ โดยตั้งเป้าที่จะนำเข้าประจำการหลังช่วงปลายทศวรรษ 2030 เป็นต้นไป เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ เนื่องจากเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์มีความสามารถในการกบดานอยู่ใต้น้ำได้เป็นระยะเวลานานและมีความคล่องตัวสูงกว่าเรือดำน้ำทั่วไป.


ที่มา Yonhap / AFP