บังกลาเทศเผชิญวิกฤตการระบาดของโรคหัดรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี หลังจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งทะลุกว่า 60,000 ราย ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน และมีเด็กเสียชีวิตมากกว่า 500 คน ท่ามกลางปัญหาวัคซีนขาดแคลน
กระทรวงสาธารณสุขบังกลาเทศเปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อโรคหัดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกรุงธากาและพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น ขณะที่หลายครอบครัวต้องพาลูกหลานเดินทางเข้าเมืองเพื่อหาที่รักษา เนื่องจากสถานพยาบาลท้องถิ่นไม่สามารถรองรับผู้ป่วยได้
องค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ระบุว่าโรงพยาบาลหลายแห่งอยู่ในภาวะเกินขีดความสามารถ และต้องเร่งแยกผู้ป่วยเด็กเพื่อควบคุมการแพร่เชื้อ เนื่องจากโรคหัดเป็นโรคติดต่อที่แพร่กระจายได้ง่ายผ่านการไอและจาม โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีที่ยังไม่ได้รับวัคซีน
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การระบาดครั้งนี้เกิดจากหลายปัจจัยสะสม ทั้งช่องว่างการฉีดวัคซีนตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ความหนาแน่นของประชากร และความล่าช้าในการจัดซื้อวัคซีนของภาครัฐ
ยูนิเซฟเปิดเผยว่า หลังการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองในปี 2024 รัฐบาลชั่วคราวได้เปลี่ยนแนวทางการจัดซื้อวัคซีน ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการสั่งซื้อ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดแคลนวัคซีนในประเทศ
อย่างไรก็ตาม อดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาลชั่วคราวออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมยืนยันว่ากระบวนการจัดซื้อวัคซีนยังดำเนินต่อเนื่องตามปกติ
รัฐบาลบังกลาเทศได้เริ่มโครงการฉีดวัคซีนฉุกเฉินทั่วประเทศตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อเร่งควบคุมการระบาดและลดจำนวนผู้เสียชีวิต
แม้บางพื้นที่เริ่มมีสัญญาณว่าจำนวนผู้ติดเชื้อทรงตัว แต่ผู้เชี่ยวชาญยังคงกังวลว่า การเดินทางจำนวนมากในช่วงเทศกาลอีฎิ้ลอัดฮา อาจทำให้เชื้อโรคหัดแพร่กระจายไปยังพื้นที่ใหม่ ๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
...
ด้านกระทรวงสาธารณสุขบังกลาเทศยืนยันว่า ระบบสาธารณสุขของประเทศยังสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ และคาดว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจะเริ่มลดลงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า หลังประชาชนได้รับวัคซีนเพิ่มมากขึ้น.
ที่มา : BBC
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ