อิสราเอลสร้างโรงเรือนและปรับปรุงระบบน้ำเพื่อการเกษตร กิจกรรมแรกของการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูต ระหว่างอิสราเอลและประเทศไทยครบ 72 ปี ณ ศูนย์เรียนรู้วิถีพอเพียงบ้านสวนเมอร์ซี่
เนื่องในโอกาสครบรอบปีที่ 72 ของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอิสราเอลและประเทศไทยสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยจัดกิจกรรมร่วมเฉลิมฉลองด้วยการสร้างโรงเรือนและปรับปรุงระบบน้ำเพื่อการเกษตร ณ ศูนย์เรียนรู้วิถีพอเพียงบ้านสวนเมอร์ซี่ ถนนกรุงเทพกรีฑา กรุงเทพมหานคร ภายใต้มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล (บ้านเมอร์ซี่)
โครงการบ้านสวนเมอร์ซี่ (Mercy Farm) เริ่มขึ้นเมื่อพ.ศ. 2549 ภายใต้การดูแลของบาทหลวงโจเซฟ เอช ไมเออร์เพื่อพัฒนาเยียวยาเด็กและเยาวชนที่พักอาศัยอยู่ในบ้านเมอร์ซี่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ด้อยโอกาส มีภูมิหลังที่ยากลำบาก ไม่ว่าจะยากจนมาจากครอบครัวที่เปราะบาง หรือต้องการความสนับสนุนด้านการศึกษาและกำลังใจบ้านสวนเมอร์ซี่จึงเป็นพื้นที่ปลอดภัยซึ่งเอื้อต่อการเยียวยาจิตใจ เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ทักษะชีวิตด้านเกษตรกรรม สามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเองอยู่ในสังคมได้อย่างภาคภูมิ และดำเนินชีวิตภายใต้ปรัชญา "เศรษฐกิจพอเพียง" ตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ เห็นความสำคัญของการพัฒนาเด็กทั้งทางร่างกายและจิตใจว่าเป็นพื้นฐานหลักของสังคมที่เข้มแข็งและเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม จึงริเริ่มโครงการความร่วมมือในด้านต่างๆรวมถึงจัดกิจกรรมหลากประเภททั้งด้านการศึกษา สังคมและบันเทิง เพื่อสนับสนุนศูนย์เมอร์ซี่อย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่าสองทศวรรษและเมื่อพ.ศ. 2559 สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯได้มอบอุปกรณ์ระบบการชลประทานน้ำหยดที่พัฒนาในประเทศอิสราเอลให้บ้านสวนเมอร์ซี่พร้อมกับส่งผู้เชี่ยวชาญมาช่วยแบ่งปันความรู้เรื่องเทคโนโลยีการเกษตร สอนเด็กและเยาวชนของบ้านสวนเมอร์ซี่ให้เรียนรู้วิธีใช้น้ำอย่างคุ้มค่ารู้จักการปลูกผักสวนครัวที่เหมาะสม เพื่อจะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพด้วยวิถีธรรมชาติและเกษตรกรรม ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือผลผลิตที่มีทั้งคุณภาพและปริมาณ ซึ่งเพียงพอกับความต้องการของสมาชิกบ้านสวนเมอร์ซี่และศูนย์เมอร์ซี่ทั้งยังมีปริมาณมากพอที่จะส่งไปขายยังชุมชนใกล้เคียงอีกด้วย
...
ในปีนี้ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ ได้ปรับปรุงระบบน้ำหยดให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ดังเดิม พร้อมกับสร้างโรงเรือนให้อีกหนึ่งหลังเพื่อให้การปลูกผักสวนครัวดำเนินไปได้ตลอดปี มีการจัดการระบบน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและป้องกันพืชผักสวนครัวจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
โครงการนี้เปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นโอกาส เปลี่ยนการเกษตรให้เป็นการเรียนรู้อันเป็นความร่วมมือที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศที่มีความมุ่งมั่นร่วมกัน ในการช่วยให้เด็กๆมีพัฒนาการและความเป็นอยู่ที่ดี เพื่อจะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความมั่นใจ มีศักดิ์ศรี และภาคภูมิ
"ความร่วมมือนี้สะท้อนความเชื่อของอิสราเอลที่ว่าการศึกษาคือเครื่องมือที่สร้างความเข้มแข็งให้เด็กๆ จากการใช้นวัตกรรมและสร้างทักษะจากการลงมือทำ" เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ดร. อโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์กล่าว
"เราหวังว่าการแบ่งปันความรู้และเทคโนโลยีการเกษตร จะช่วยบ่มเพาะให้สมาชิกบ้านสวนเมอร์ซี่มีความมั่นใจและรู้จักพึ่งพาตนเองโครงการนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพอันแท้จริงยั่งยืนระหว่างอิสราเอลและประเทศไทยที่มีมาตลอด 72 ปีโดยตั้งอยู่บนความหวังที่เรามีร่วมกันต่อบุตรหลานของเรา"