ตำรวจตุรกีบุกอาคารที่ทำการพรรคฝ่ายค้านหลักของประเทศ หลังจากผู้นำพรรคไม่ยอมทำตามคำสั่งศาลที่ประกาศให้การรับตำแหน่งของเขากับคณะบริหารชุดปัจจุบันเป็นโมฆะ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค. 2569 ตำรวจปราบจลาจลของตุรกีใช้กำลังบุกเข้าไปภายในอาคารที่ทำการสำนักงานใหญ่ของพรรค “ประชาชนสาธารณรัฐ” (CHP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักของประเทศ เพียงไม่กี่วันหลังจากศาลมีคำสั่งปลดคณะผู้บริหารพรรคออกจากตำแหน่ง
ปฏิบัติการดังกล่าวทำให้เกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มฝ่ายค้าน โดยมีกลุ่มควันจากแก๊สน้ำตาพวยพุ่งอยู่ภายนอกอาคาร ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงอังการา ขณะที่ภาพวิดีโอจากที่เกิดเหตุเผยให้เห็นผู้ที่อยู่ภายในอาคารกำลังตะโกนและขว้างปาข้าวของไปยังประตูทางเข้า และใช้สายยางฉีดน้ำใส่เจ้าหน้าที่
เออซูร์ เออเซล ผู้นำพรรค CHP ประกาศกร้าวไว้ว่าจะขัดขืนคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ที่ออกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (21 พ.ค.) ซึ่งประกาศให้ผลการเลือกตั้งผู้นำพรรคของเขาเป็นโมฆะ จากข้อครหาเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียง แต่ความเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นการกระชับอำนาจให้แน่นหนายิ่งขึ้นของประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน
ศาลมีคำตัดสินว่านายเออเซลจะต้องถูกแทนที่โดยนาย เคมาล คิลิชดาโรลู นักการเมืองอาวุโสวัย 77 ปีของพรรค ซึ่งเคยพ่ายแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีให้แก่ประธานาธิบดีเอร์โดอันมาแล้วในปี 2566
...
“เรากำลังถูกโจมตี” นายเออเซลกล่าวในข้อความวิดีโอที่แชร์บนแพลตฟอร์ม X ในขณะที่กองกำลังความมั่นคงพยายามบุกเข้าไปในอาคาร ซึ่งมีรายงานการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนของเขากับกลุ่มผู้สนับสนุนของนายคิลิชดาโรลูด้วย
ในเวลาต่อมา นายเออเซลได้เดินออกมาจากตัวอาคารและกล่าวกับฝูงชนที่รวมตัวกันอยู่ด้านนอกว่า “พวกพยายามจะถอนรากถอนโคนและขับไล่พวกเราออกไป—แล้วจะให้พวกเราไปอยู่ที่ไหน?”
นายเออเซลประกาศว่า นับจากนี้เป็นต้นไป พรรคจะ “ออกไปอยู่บนท้องถนนหรือตามลานจัตุรัสต่างๆ และจะเดินหน้ามุ่งสู่การครองอำนาจ” หลังจากนั้น เขาได้เริ่มออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังรัฐสภาตุรกี โดยนำขบวนผู้สนับสนุนหลายร้อยคนเดินประท้วงไปตามท้องถนนในกรุงอังการา
ทั้งนี้ คำตัดสินของศาลในครั้งนี้เป็นการพลิกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเมื่อปี 2568 ที่เคยยกฟ้องข้อกล่าวหาเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียงในการเลือกตั้งภายในพรรค CHP ซึ่งส่งผลให้นายเออเซลได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำพรรคในตอนนั้น
นอกจากนี้ คำตัดสินดังกล่าวยังหมายความว่าคณะกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดจะถูกเปลี่ยนตัว และเป็นที่เข้าใจกันว่าการตัดสินใจต่าง ๆ ของคณะกรรมการชุดเดิมจะไม่ได้รับการยอมรับอีกต่อไป
ด้านองค์กรสิทธิมนุษยชน “ฮิวแมนไรท์วอทช์” ออกมาเตือนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลของเอร์โดอันกำลังบ่อนทำลายประชาธิปไตยของตุรกีด้วยการใช้ “กลยุทธ์ที่มิชอบด้วยกฎหมาย” ต่อพรรค CHP
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc