จีนปรับยอดตายเหตุระเบิดในเหมืองถ่านหิน "หลิวเซินยวี่" ในมณฑลซานซี เป็นอย่างน้อย 82 ศพ จากเดิม 90 ศพ ขณะที่ยังมีสูญหายอีก 2 คน โดยทางการจีนระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายร้อยนาย พร้อมใช้หุ่นยนต์สำรวจใต้ดินค้นหาผู้รอดชีวิต ท่ามกลางการตั้งคำถามเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของเหมือง

เจ้าหน้าที่ทางการจีนเปิดเผยว่า เกิดเหตุแก๊สระเบิดครั้งใหญ่ภายในเหมืองถ่านหิน "หลิวเซินยวี่" ในมณฑลซานซี เมื่อเวลา 19.29 น. ของวันศุกร์ที่ผ่านมา (22 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 82 ราย และยังคงมีผู้สูญหายอีก 2 ราย ขณะเกิดเหตุมีคนงานกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ใต้ดินมากถึง 247 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือขึ้นมาได้แล้วมากกว่า 100 คน

ก่อนหน้านี้ ทางการได้รายงานยอดผู้เสียชีวิตไว้ที่ 90 ราย ก่อนจะปรับลดตัวเลขลงมาในช่วงค่ำวันเสาร์ พร้อมทั้งกล่าวขออภัยต่อความสับสน โดยชี้แจงว่าในช่วงแรกสถานการณ์เป็นไปอย่างโกลาหล ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการนับจำนวนคน

รายงานจากสื่อท้องถิ่นระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บระงับนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 128 ราย ในจำนวนนี้ 2 รายอาการสาหัส โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากการสูดดมแก๊สพิษเข้าไป แม้จะยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นแก๊สชนิดใด แต่มีรายงานว่าตรวจพบปริมาณแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งเป็นแก๊สพิษไร้กลิ่นในระดับที่ "เกินมาตรฐาน" อย่างมาก

หวัง หย่ง หนึ่งในคนงานเหมืองที่รอดชีวิตและกำลังรักษาตัวอยู่ เล่าถึงนาทีระทึกว่า ตอนเกิดเหตุเขาไม่ได้ยินเสียงระเบิดเลย แต่เห็นกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นมาทันที "ผมได้กลิ่นกำมะถันเหมือนตอนระเบิดหิน เลยตะโกนบอกให้ทุกคนวิ่งหนี ระหว่างที่วิ่งผมเห็นคนล้มฟุบลงไปต่อหน้าเพราะสำลักควัน จากนั้นผมก็หมดสติไปเหมือนกัน ผมนอนสลบอยู่ตรงนั้นประมาณชั่วโมงกว่าๆ พอฟื้นขึ้นมาก็รีบปลุกคนที่นอนอยู่ข้างๆ แล้วพากันหนีออกมา" 

...

ล่าสุดเมื่อเช้ามืดวันอาทิตย์ ทีมกู้ภัยได้ส่ง "หุ่นยนต์ตรวจการเหมืองแร่" ที่ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับแก๊สและกล้องอินฟราเรด ลงไปใต้ดินเพื่อเข้าถึงพื้นที่อันตรายที่มนุษย์ยังเข้าไม่ได้ เพื่อเก็บข้อมูลและค้นหาสัญญาณชีพของผู้ที่อาจรอดชีวิตเพิ่มเติม

กระทรวงจัดการภาวะฉุกเฉินของจีนได้ส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ 345 นาย จากทีมกู้ภัย 6 ทีมเข้าร่วมปฏิบัติการ อย่างไรก็ตาม การทำงานเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากมีน้ำท่วมขังใกล้กับจุดระเบิด ทำให้ปิดกั้นเส้นทางในบางจุด นอกจากนี้ ยังพบว่าพิมพ์เขียวของเหมืองที่ผู้บริหารส่งให้ ไม่ตรงกับสภาพพื้นที่จริงในปัจจุบัน ล่าสุดมีรายงานว่าสมาชิกทีมบริหารของเหมืองบางส่วนได้ถูกควบคุมตัวไว้แล้ว ซึ่งคณะรัฐมนตรีจีนลั่นวาจาว่าจะสืบสวนอย่างเฉียบขาดและลงโทษผู้มีส่วนรับผิดชอบอย่างรุนแรง

จากการตรวจสอบประวัติพบว่า เหมืองถ่านหินหลิวเซินยวี่แห่งนี้ ดำเนินการโดยบริษัท ตงโจว กรุ๊ป ซึ่งเมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา เพิ่งถูกสำนักงานความปลอดภัยเหมืองแร่แห่งชาติจีน ขึ้นบัญชีดำให้เป็นหนึ่งในเหมืองที่มี "อันตรายร้ายแรงต่อความปลอดภัย" อีกทั้งในปี 2025 บริษัทรายนี้ยังถูกลงโทษทางปกครองถึง 2 ครั้งจากปัญหาด้านความปลอดภัยเช่นกัน

มณฑลซานซี ถือเป็นแหล่งผลิตถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 4 ของผลผลิตทั้งหมดในจีน เหตุโศกนาฏกรรมครั้งนี้ตอกย้ำถึงยุคมืดของอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินจีนในอดีต (ช่วงต้นทศวรรษ 2000) ที่มักเกิดอุบัติเหตุคร่าชีวิตคนงานบ่อยครั้ง แม้ช่วงไม่กี่ปีหลังทางการจีนจะยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและกวาดล้างเหมืองเถื่อนอย่างเข้มงวด แต่ก็ยังคงเกิดอุบัติเหตุขึ้นเรื่อยๆ เช่นในปี 2023 เหตุเหมืองเปิดถล่มในเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน คร่าชีวิตผู้คนไป 53 ราย และเหตุเหมืองระเบิดในมณฑลเฮยหลงเจียงเมื่อปี 2009 ที่มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 ราย

ปัจจุบัน จีนยังคงเป็นประเทศที่บริโภคถ่านหินและปล่อยแก๊สเรือนกระจกมากที่สุดในโลก แม้ว่ากำลังเร่งติดตั้งระบบพลังงานหมุนเวียนในประเทศด้วยความเร็วทำลายสถิติโลกก็ตาม โดยเหตุสลดในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เพิ่งเสร็จสิ้นการเดินทางเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการ.


ที่มา BBC