การระบาดของโรคหัดระลอกปัจจุบันในบังกลาเทศทำให้มีเด็กเสียชีวิตแล้วกว่า 500 ราย ในขณะที่ทางการกำลังเร่งแคมเปญฉีดวัคซีนให้เด็กๆ เพื่อป้องกันการติดต่อของเชื้อ
เมื่อวันเสาร์ที่ 23 พ.ค. 2569 รัฐบาลบังกลาเทศระบุว่า สถานการณ์โรคหัดระบาดในประเทศส่งผลให้มีเด็กเสียชีวิตแล้วมากกว่า 500 ราย นับเป็นการระบาดของโรคหัดครั้งรุนแรงและมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรอบหลายทศวรรษของบังกลาเทศ
โรงพยาบาลต่างๆ ในกรุงธากา เมืองหลวงของประเทศ ตกอยู่ในสภาวะตึงเครียดอย่างหนัก เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยที่ล้นทะลัก และต้องจัดตั้งวอร์ดเฉพาะกิจเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อ แต่ยังคงต้องเผชิญกับความยากลำบากจากการขาดแคลนเตียงผู้ป่วยหนัก (ICU)
ตัวเลขผู้เสียชีวิตยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีเด็กเสียชีวิตเพิ่มอีก 13 รายภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตรวมจากการระบาดครั้งนี้พุ่งสูงถึง 512 รายแล้ว ตามตัวเลขของกระทรวงสาธารณสุขที่เริ่มรายงานนับตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคมเป็นต้นมา
บังกลาเทศได้เริ่มโครงการระดมฉีดวัคซีนครั้งใหญ่เพื่อต่อสู้กับการระบาด โดย รานา ฟลาวเวอร์ส (Rana Flowers) หัวหน้าองค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ประจำบังกลาเทศ เปิดเผยในสัปดาห์นี้ว่า แคมเปญดังกล่าวสามารถเข้าถึงเด็กๆ ได้แล้วถึง 18 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า กว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่เต็มประสิทธิภาพจากการระดมฉีดวัคซีนนี้ อาจจะต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน
ด้านองค์การยูนิเซฟแถลงเมื่อวันพุธ (20 พ.ค.) ช่องโหว่ในการสร้างภูมิคุ้มกันทวีความรุนแรงขึ้นในระหว่างและหลังเหตุการณ์ความไม่สงบจากการลุกฮือของประชาชนในปี 2567 ซึ่งโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการของประเทศ ส่งผลให้เด็กจำนวนมากไม่ได้รับการปกป้องจากวัคซีน
...
ทั้งนี้ โรคหัดเป็นโรคที่ติดต่อกันได้ง่ายมาก โดยแพร่กระจายผ่านทางไอและจาม และยังไม่มีการรักษาเฉพาะเจาะจงเมื่อติดเชื้อแล้ว โดยภาวะแทรกซ้อนของโรคอาจรวมถึงอาการสมองบวมและปัญหาทางเดินหายใจรุนแรง แม้ว่าโรคนี้จะสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่พบได้บ่อยที่สุดในกลุ่มเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กที่มีภาวะขาดสารอาหาร
ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากกระทรวงสาธารณสุขนี้ มีรายงานออกมาหลังจากที่รัฐบาลเคยอ้างว่าสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้ว โดยสังเกตจากจำนวนผู้ป่วยที่ลดลงในหลายพื้นที่ที่เคยเผชิญกับการระบาดอย่างหนักก่อนหน้านี้
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มีการบันทึกสถิติในบังกลาเทศระหว่างการระบาดระลอกปัจจุบัน คือกลุ่มเด็กเล็กที่มีอายุระหว่าง 6 เดือนถึง 5 ปี
ด้าน ไอซุล อิสลาม ข่าน กุมารแพทย์ประจำโรงพยาบาลและวิทยาลัยแพทยศาสตร์ชาฮีด ซูห์ราวาดี (Shaheed Suhrawardy) ในกรุงธากา เผยกับสำนักข่าว AFP ว่า “แม้ว่าโรคหัดจะติดต่อกันได้ง่ายมาก แต่เด็กที่มีร่างกายแข็งแรงและไม่มีภาวะแทรกซ้อนก็สามารถหายดีได้โดยใช้ยารักษาเพียงเล็กน้อย”
“แต่สำหรับที่นี่ เด็กส่วนใหญ่มาถึงโรงพยาบาลด้วยอาการทางเดินหายใจติดขัด รวมถึงมีการติดเชื้อที่ดวงตา ลำคอ และปอด” ซึ่ง ดร.อิสลาม ข่าน ระบุว่า เป็นอาการที่อยู่ในขั้นวิกฤตแล้ว
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna