นักดำน้ำกู้ภัยเผย อุปกรณ์ของนักดำน้ำชาวอิตาลี 4 คนที่เสียชีวิตในถ้ำใต้น้ำมัลดีฟส์ “ไม่เหมาะสม” ต่อการดำน้ำในพื้นที่อันตราย ขณะเจ้าหน้าที่เตรียมส่งศพกลับอิตาลี หลังเกิดโศกนาฏกรรมดำน้ำครั้งร้ายแรงที่สุดของประเทศ

วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 นายซามี ปัคคาริเนน นักดำน้ำชาวฟินแลนด์ หนึ่งในทีมกู้ภัยที่เข้าไปเก็บกู้ร่างนักดำน้ำชาวอิตาลี 4 คนในถ้ำใต้น้ำของมัลดีฟส์ เปิดเผยกับสื่อท้องถิ่นของอิตาลีว่า อุปกรณ์ที่กลุ่มนักดำน้ำใช้ในวันเกิดเหตุ “ไม่เหมาะสม” สำหรับการดำน้ำในถ้ำลึกและพื้นที่เสี่ยงอันตราย

นายปัคคาริเนนระบุว่า ร่างของผู้เสียชีวิตทั้งหมดถูกพบรวมกันอยู่ในจุดเดียวภายในถ้ำใต้น้ำบริเวณวาวู อะทอลล์ ซึ่งมีความลึกราว 60 เมตร และถือเป็นพื้นที่ดำน้ำที่ยากและอันตรายอย่างมาก โดยทีมกู้ภัยต้องใช้เวลาหลายวันจึงสามารถเข้าถึงจุดนี้ได้

โดยเขาตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มนักดำน้ำไม่ได้ใช้อุปกรณ์เฉพาะสำหรับดำน้ำถ้ำ เช่น เชือกนำทางหรือสายเซฟตี้ ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยให้นักดำน้ำสามารถหาทางกลับออกจากพื้นที่ซับซ้อนใต้น้ำได้อย่างปลอดภัย พร้อมระบุว่า นักดำน้ำถ้ำมืออาชีพจะไม่เข้าไปในพื้นที่ลักษณะนี้หากไม่มีอุปกรณ์ดังกล่าว นักดำน้ำกู้ภัยยังมองว่า สาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้อาจเกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์ แม้ท้ายที่สุดจะต้องรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่

โดยผู้เสียชีวิตประกอบด้วย ศาสตราจารย์โมนิกา มอนเตฟัลโกเน นักชีววิทยาทางทะเลจากมหาวิทยาลัยเจนัว, มูเรียล ออดเดนิโน นักวิจัย, จอร์เจีย ซอมมาคาล ลูกสาวของศาสตราจารย์มอนเตฟัลโกเน และเฟเดริโก กวลติเอรี บัณฑิตจบใหม่ ส่วนผู้เสียชีวิตรายแรกที่พบก่อนหน้านี้คือ จานลูกา เบเนเดตตี ครูสอนดำน้ำและผู้จัดการเรือ

...

รายงานระบุว่า กลุ่มนักดำน้ำลงน้ำเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนหายตัวไปหลังไม่กลับขึ้นสู่ผิวน้ำ ท่ามกลางสภาพอากาศแปรปรวนและคลื่นลมแรง ทางการมัลดีฟส์ได้ออกประกาศเตือนภัยระดับสีเหลืองสำหรับเรือโดยสารและชาวประมงในพื้นที่ดังกล่าว 

ขณะเดียวกัน นักดำน้ำกู้ภัยชาวมัลดีฟส์ 1 คนเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติภารกิจค้นหาร่างผู้สูญหาย ทำให้เหตุการณ์นี้กลายเป็นอุบัติเหตุดำน้ำครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมัลดีฟส์ ซึ่งเป็นประเทศท่องเที่ยวชื่อดังในมหาสมุทรอินเดีย.

ที่มา BBC