มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ชี้คิวบาเป็น "ภัยคุกคามความมั่นคง" และโอกาสเจรจาทางการทูตแทบเป็นไปไม่ได้ หลังจากสหรัฐฯ เพิ่งสั่งฟ้อง "ราอูล คาสโตร" อดีตประธานาธิบดีคิวบาข้อหาฆาตกรรม ขณะที่รัฐบาลคิวบาตอบโต้ กล่าวหาสหรัฐฯ บิดเบือนข้อเท็จจริง

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ระบุว่า คิวบาถือเป็น "ภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ" ของสหรัฐฯ และยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า โอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงอย่างสันติผ่านช่องทางการทูตนั้น "มีไม่มากนัก" เมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมของรัฐบาลคิวบาในปัจจุบัน

รูบิโอยังได้กล่าวหาคิวบาเพิ่มเติมว่าเป็น "หนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของการก่อการร้ายในภูมิภาค" อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่าสหรัฐฯ ยังคงเปิดทางให้กับการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีทางการทูตเป็นอันดับแรก แต่เตือนว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีสิทธิ์และหน้าที่โดยชอบธรรมในการปกป้องประเทศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ

ด้านนายบรูโน โรดริเกซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคิวบา ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ตอบโต้อย่างดุเดือด โดยตำหนิข้อกล่าวหาของรูบิโอว่าเป็น "เรื่องโกหก" และยืนยันว่าคิวบาไม่เคยเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ เลยแม้แต่น้อย

โรดริเกซวิพากษ์วิจารณ์รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ว่ากำลังพยายาม "ยั่วยุให้เกิดการรุกรานทางทหาร" และกล่าวหารัฐบาลสหรัฐฯ ว่ากำลังโจมตีคิวบาอย่างโหดร้ายและเป็นระบบ โดยปัจจุบัน คิวบากำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงานอย่างรุนแรงจากการที่สหรัฐฯ คว่ำบาตรการขนส่งน้ำมันอย่างเข้มงวด ส่งผลให้ประชาชนต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไฟฟ้าดับเป็นเวลานานและปัญหาขาดแคลนอาหารตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เพื่อกดดันให้ยอมทำข้อตกลง อย่างไรก็ตาม รูบิโอระบุว่าคิวบาได้ยอมรับเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,240 ล้านบาท) จากสหรัฐฯ แล้ว

...

ถ้อยแถลงของรูบิโอเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ประกาศฟ้องร้อง ราอูล คาสโตร อดีตประธานาธิบดีและผู้นำการปฏิวัติคิวบา ในข้อหาฆาตกรรม จากกรณีเครื่องบินขับไล่ของคิวบายิงเครื่องบินพลเรือนของกลุ่มลี้ภัยชาวคิวบา-อเมริกันตก 2 ลำเมื่อปี 1996 ส่งผลให้พลเมืองสหรัฐฯ เสียชีวิต 4 ราย ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่านี่เป็นกลยุทธ์ทำลายล้างระบอบคอมมิวนิสต์ทำนองเดียวกับที่ทรัมป์เคยสั่งจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าสหรัฐฯ จะนำตัวคาสโตรมาขึ้นศาลได้อย่างไร นายรูบิโอปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียด โดยระบุเพียงว่า "ทำไมผมต้องบอกสื่อล่ะว่าแผนการของเราคืออะไร?" ขณะที่ ท็อดด์ บลานช์ รักษาการอัยการสูงสุดสหรัฐฯ กล่าวอย่างมีนัยสำคัญว่า "เราคาดว่าเขาจะมาปรากฏตัวที่นี่ ไม่ว่าจะด้วยความสมัครใจของเขาเอง หรือด้วยวิธีอื่น"

นอกจากนี้ รูบิโอยังประกาศผ่าน X ว่า สหรัฐฯ ได้จับกุมตัว เอดิส ลาสเตรส โมเรรา น้องสาวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกลุ่มธุรกิจเครือข่ายกองทัพคิวบา ซึ่งควบคุมภาคเศรษฐกิจที่ทำกำไรมหาศาลของประเทศ โดยโมเรราอาศัยอยู่ในรัฐฟลอริดา แต่แอบให้ความช่วยเหลือระบอบคอมมิวนิสต์ของฮาวานา ซึ่งเธอถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจับกุมและกักตัวไว้เพื่อเตรียมส่งกลับประเทศแล้ว

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แถลงต่อสื่อมวลชนที่ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาว โดยเรียกคิวบาว่าเป็น "ประเทศที่ล้มเหลว" และรัฐบาลของเขากำลังพยายามช่วยเหลือประชาชนบนหลักมนุษยธรรม พร้อมเสริมว่าชาวคิวบา-อเมริกันจำนวนมากต้องการกลับไปพัฒนาประเทศบ้านเกิดให้ประสบความสำเร็จ

"ประธานาธิบดีคนอื่นๆ เฝ้ามองเรื่องนี้มานาน 50 หรือ 60 ปีโดยไม่ได้ทำอะไรเลย และดูเหมือนว่าผมจะเป็นคนลงมือทำมันเอง ซึ่งผมยินดีอย่างยิ่งที่จะทำ" ทรัมป์กล่าวปิดท้ายอย่างมั่นใจ ถึงความตั้งใจในการโค่นล้มระบอบคอมมิวนิสต์คิวบาที่หยั่งรากลึกมานานหลายทศวรรษ.


ที่มา BBC