ศาลปากีสถานตัดสินประหารชีวิต ชายวัย 23 ปี ผู้ก่อเหตุฆาตกรรมดาว TikTok หญิงวัยรุ่นรายหนึ่งเมื่อปีก่อน หลังจากพยายามตามตื้อแต่ถูกปฏิเสธ
เมื่อ 20 พ.ค. 2569 ศาลในประเทศปากีสถานพิพากษาให้นายอูมาร์ ฮายัต ต้องรับโทษประหารชีวิต ฐานก่อเหตุฆาตกรรม น.ส.ซานา ยูซาฟ ดาว TikTok วัยเพียง 17 ปี ซึ่งเป็นคดีที่จุดชนวนให้เกิดกระแสความโกรธแค้นไปทั่วประเทศเมื่อปีก่อน
รายงานระบุว่า เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 นายฮายัตบุกเข้าไปในบ้านของ น.ส.ยูซาฟ และยิงเธอจนเสียชีวิต หลังจากที่เธอปฏิเสธการตามตื้อของเขาหลายต่อหลายครั้ง
นายฮายัตซึ่งปัจจุบันอายุ 23 ปี ยอมรับสารภาพในศาลเมื่อเดือนกรกฎาคม โดยระบุว่าตนเองเกิดความคลั่งไคล้ในตัวยูซาฟอยู่ฝ่ายเดียว หลังจากที่ได้มีปฏิสัมพันธ์กันผ่านทางออนไลน์
สื่อท้องถิ่นรายงานว่า นายไซเอด ยูซาฟ ฮัสซัน บิดาของยูซาฟ กล่าวว่า คำพิพากษาที่ศาลกรุงอิสลามาบัดตัดสินออกมานั้น ถือเป็น “บทเรียนสำหรับอาชญากรประเภทนี้ทุกคนในสังคม”
นอกจากนั้น ศาลยังสั่งให้นายฮายัตจ่ายเงินชดเชยจำนวน 2.5 ล้านรูปี (ราว 292,000 บาท) ให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย
ทั้งนี้ สื่อปากีสถานรายงานว่า ในระหว่างการสอบสวน นายฮายัตเผยว่าเขาเดินทางมายังกรุงอิสลามาบัดไม่กี่วันก่อนเกิดเหตุเพื่ออวยพรวันเกิดให้กับยูซาฟ และแม้ว่ายูซาฟจะปฏิเสธที่จะพบเขา แต่เขาก็ดั้นด้นไปจนถึงบ้านของเธอ จนกระทั่งทั้งสองมีปากเสียงกันและบานปลายไปสู่การฆาตกรรมในที่สุด
ก่อนเสียชีวิต ยูซาฟมีผู้ติดตามมากกว่าหนึ่งล้านคนบน TikTok และอีกกว่าห้าแสนคนบน Instagram เธอเป็นที่รักของแฟน ๆ จากคอนเทนต์ที่สนุกสนานและเบาสมอง ไม่ว่าจะเป็นการลองแต่งตัวตามเทรนด์แฟชั่น การลิปซิงค์เพลง หรือการใช้เวลาร่วมกับกลุ่มเพื่อน
...
เหล่านักเคลื่อนไหวกล่าวว่า การฆาตกรรมยูซาฟเป็นหนึ่งในความรุนแรงต่อสตรีที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้างในปากีสถาน
ทว่า ในขณะที่ผู้คนจำนวนมากร่วมแสดงความโกรธแค้นต่อการเสียชีวิตของยูซาฟ แต่ก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบต่อการทำงานในฐานะอินฟลูเอนเซอร์ของเธอด้วยเช่นกัน
นายอุซามา คิลจี ผู้อำนวยการกลุ่ม Bolo Bhi ซึ่งเป็นกลุ่มรณรงค์เพื่อสิทธิทางดิจิทัล เคยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว บีบีซี เอาไว้ว่า การวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวมาจากผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตกลุ่มเล็ก ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย และบางส่วนได้ยกเหตุผลทางศาสนามาอ้าง
“พวกเขากำลังตั้งคำถามว่าทำไมเธอถึงลงคอนเทนต์พวกนี้ และถึงขั้นแนะนำให้ครอบครัวลบบัญชี Instagram และ TikTok ของเธอออก เพราะมองว่าบัญชีเหล่านั้นจะยิ่งเพิ่ม “บาป” ให้แก่ตัวเธอ” คิลจีกล่าว
ด้าน ฟาร์ซานา บารี นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนชื่อดัง แย้งว่า ปฏิกิริยาเหล่านั้นสะท้อนถึงแนวคิด “เกลียดชังผู้หญิง” และ “ระบอบชายเป็นใหญ่”
เธอกล่าวว่า ยูซาฟมี “สิทธิ์มีเสียงเป็นของตัวเอง” พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า บทสนทนาบนโลกออนไลน์นี้เป็นสิ่งย้ำเตือนว่า โซเชียลมีเดียได้กลายเป็น “พื้นที่ที่อันตรายและคุกคามอย่างยิ่งสำหรับผู้สร้างคอนเทนต์ที่เป็นผู้หญิง” ในปากีสถาน
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc