หน่วยกู้ภัยมัลดีฟส์ร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ ประสบความสำเร็จในการกู้ร่างนักดำน้ำชาวอิตาลี 2 รายสุดท้ายขึ้นสู่ผิวน้ำ หลังติดอยู่ภายในถ้ำใต้ทะเลลึก สรุปยอดผู้เสียชีวิตจากโศกนาฏกรรมทางน้ำครั้งร้ายแรงที่สุดของมัลดีฟส์รวม 6 ราย ซึ่งรวมถึงศาสตราจารย์ด้านนิเวศวิทยาทางทะเล ลูกสาว และนักวิจัย
สำนักโฆษกประธานาธิบดีมัลดีฟส์และแหล่งข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศอิตาลี แถลงยืนยันร่วมกันว่า เจ้าหน้าที่สามารถกู้ร่างของนักดำน้ำชาวอิตาลี 2 รายสุดท้าย ขึ้นมาจากถ้ำใต้ทะเลลึกได้สำเร็จแล้ว ถือเป็นการเสร็จสิ้นภารกิจค้นหาอันยาวนาน นับตั้งแต่เกิดโศกนาฏกรรมดำน้ำครั้งที่มียอดผู้เสียชีวิตสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา เมื่อกลุ่มนักดำน้ำชาวอิตาลีจำนวน 5 คน ได้ขาดการติดต่อไปขณะลงไปสำรวจถ้ำใต้น้ำลึก บริเวณแนวเกาะปะการังวาฟู (Vaavu Atoll) ในจุดดำน้ำเดวานา คานดู (Devana Kandu) ซึ่งก่อนหน้านี้ทีมกู้ภัยสามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตรายแรกได้ในวันเกิดเหตุ และกู้ร่างได้อีก 2 รายเมื่อวันที่ 20 พ.ค. ก่อนจะพบร่าง 2 รายสุดท้ายติดอยู่ภายในถ้ำที่ระดับความลึกถึง 60 เมตร ในวันพุธ โดยร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดถูกส่งต่อไปยังสถาบันนิติเวชในกรุงมาเล เมืองหลวงของมัลดีฟส์แล้ว
รายงานระบุว่า กลุ่มนักดำน้ำดังกล่าวเดินทางมายังมัลดีฟส์ภายใต้ภารกิจวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับปะการังอ่อน โดยมีผู้นำทีมคือ ศ.ดร.โมนิกา มอนเตฟัลโคเน อายุ 51 ปี ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศวิทยาทางทะเลและศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเจนัว ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและดำน้ำในน่านน้ำมัลดีฟส์มาอย่างยาวนาน โดยผู้เสียชีวิตรายอื่นๆ ประกอบด้วย โจออร์เจีย ลูกสาวของเธอ, นักวิจัยอีก 2 คน และครูฝึกสอนดำน้ำประจำกลุ่ม
...
อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของอิตาลี Corriere della Sera ได้อ้างคำแถลงของมหาวิทยาลัยเจนัวที่ระบุว่า "กิจกรรมดำน้ำลึกที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ไม่ได้อยู่ภายใต้แผนงานหรือกิจกรรมที่กำหนดไว้ในภารกิจทางวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัย แต่เป็นการทำกิจกรรมส่วนบุคคล และการยื่นขออนุญาตต่อทางการมัลดีฟส์นั้น คาดว่าเป็นการดำเนินการนอกเหนือขอบเขตภารกิจที่ทางมหาวิทยาลัยให้การรับรอง"
ภารกิจการค้นหาในครั้งนี้เต็มไปด้วยความยากลำบากและอันตราย เนื่องจากระดับความลึกที่มากเกินไป โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จ่าสิบเอก โมฮาเหม็ด มูฮุดฮี เจ้าหน้าที่กู้ภัยสังกัดกองกำลังป้องกันตนเองแห่งชาติมัลดีฟส์ ได้เสียชีวิตจากภาวะน้ำหนีบ หรือโรคจากการลดความดันอากาศ (Decompression Sickness) ระหว่างพยายามดำน้ำลงไปกู้ร่างของผู้เสียชีวิต
การเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่มัลดีฟส์ส่งผลให้ทางการท้องถิ่นต้องประกาศระงับปฏิบัติการค้นหาชั่วคราว ก่อนที่รัฐบาลอิตาลีจะเข้ามาประสานงานจัดตั้งทีมกู้ภัยสากล โดยมีการดึงตัวทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำลึกจากประเทศฟินแลนด์เข้ามาสนับสนุน จนสามารถกู้ร่างที่เหลือขึ้นมาได้ โดยในรายสุดท้าย เจ้าหน้าที่ต้องดำน้ำนำร่างขึ้นมาอย่างระมัดระวังและต้องแวะพักตามจุดลดความกดอากาศตามขั้นตอนความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
ปัจจุบัน สำนักงานตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของมัลดีฟส์กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิต โดยมุ่งประเด็นไปที่การดำน้ำลึกเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากประเทศมัลดีฟส์มีกฎหมายห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวทั่วไปดำน้ำลึกเกินกว่า 30 เมตร แต่ร่างของกลุ่มผู้เสียชีวิตกลับถูกพบในถ้ำที่ลึกถึง 60 เมตร ซึ่งเบื้องต้นทางการได้สั่งระงับใบอนุญาตประกอบการของเรือดำน้ำนำเที่ยวที่กลุ่มชาวอิตาลีใช้บริการแล้ว เพื่อรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการดำน้ำ ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่และแหล่งรายได้หลักของประเทศมัลดีฟส์ ซึ่งประกอบด้วยเกาะปะการังขนาดเล็กกว่า 1,192 เกาะ กระจัดกระจายอยู่บนมหาสมุทรอินเดีย แม้ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจะมีรายงานอุบัติเหตุทางน้ำอยู่บ้าง แต่เหตุการณ์รุนแรงในลักษณะนี้ถือว่าเกิดขึ้นได้ค่อนข้างยากมากในมัลดีฟส์.
ที่มา Reuters / AFP