สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยืนยันว่า โดรนปริศนาที่มุ่งเป้าโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของพวกเขาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ถูกส่งมาจากอิรัก ซึ่งมีกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุนเคลื่อนไหวอยู่

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เปิดเผยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (18 พ.ค.) ว่า โดรนที่มุ่งเป้าโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของประเทศเมื่อสัปดาห์ก่อน เดินทางมาจากประเทศอิรัก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านใช้เป็นฐานในการเปิดฉากโจมตีหลายครั้งนับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางเริ่มต้นขึ้น

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดรนลำหนึ่งซึ่งไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ ตกใส่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าใกล้กับโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ "บารากาห์" (Barakah) ในรัฐอาบูดาบี และส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือมีรายงานการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี ส่วนโดรนอีกสองลำถูกสกัดกั้นเอาไว้ได้

บารากาห์ เป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพียงแห่งเดียวในโลกอาหรับ ตั้งอยู่ใกล้กับพรมแดนซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ ซึ่งเหตุโจมตีในครั้งนี้ได้จุดชนวนให้เกิดความหวั่นวิตกเกี่ยวกับผลกระทบที่จะตามมาทั่วทั้งภูมิภาคอ่าวอาหรับ

“ส่วนหนึ่งของกระบวนการสืบสวนที่กำลังดำเนินอยู่ต่อเหตุโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บารากาห์อย่างอุกอาจเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2026 ผลการแกะรอยทางเทคนิคและการเฝ้าติดตามได้รับการยืนยันแล้วว่า โดรนทั้งสามลำ... ล้วนมีต้นทางมาจากดินแดนของอิรัก” กระทรวงกลาโหมของเอมิเรตส์แถลง

กระทรวงกลาโหมระบุเสริมว่า ในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ยังสามารถสกัดกั้นโดรนอีก 6 ลำที่เดินทางมาจากอิรัก ซึ่ง “พยายามที่จะมุ่งเป้าโจมตีพื้นที่พลเรือนและพื้นที่สำคัญระดับประเทศ”

ก่อนหน้านี้ ทางการอิรักได้ออกมาประณามเหตุโจมตีโรงไฟฟ้าบารากาห์แล้ว ก่อนที่รัฐบาลอาบูดาบีจะประกาศเปิดเผยถึงแหล่งที่มาของโดรนดังกล่าว

...

ทั้งนี้ อิหร่านเปิดฉากโจมตียูเออีและประเทศอื่น ๆ ในแถบอ่าวอาหรับ นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยพุ่งเป้าไปที่ทรัพย์สินของสหรัฐฯ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและพลเรือน

ก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 8 เมษายน กลุ่มติดอาวุธในอิรักที่ได้รับการสนับสนุนจากเตหะรานได้เข้ามาแทรกแซงเพื่อช่วยเหลืออิหร่าน และโจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ ในอิรักรวมถึงในภูมิภาคโดยรอบ ซึ่งครอบคลุมถึงกลุ่มประเทศในอ่าวอาหรับด้วย

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้เคยรอดพ้นจากการตกเป็นเป้าหมายมาโดยตลอด จนกระทั่งเกิดเหตุขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna