สตาร์บัคส์เกาหลีใต้ปลดซีอีโอพ้นตำแหน่ง หลังเปิดตัวแคมเปญ "Tank Day" โปรโมตแก้วน้ำรุ่นใหม่ ตรงกับวันครบรอบเหตุลุกฮือประชาธิปไตยเมืองควังจูปี 1980 จนถูกวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสมและกระทบความรู้สึกของเหยื่อเหตุสังหารหมู่
กลุ่มบริษัทชินเซเก (Shinsegae Group) ยักษ์ใหญ่ด้านค้าปลีกผู้ได้รับสิทธิ์บริหารและจัดการเชนร้านกาแฟสัญชาติอเมริกัน "สตาร์บัคส์" ในเกาหลีใต้ แถลงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ได้มีคำสั่งปลดนายซอน จองฮยอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของสตาร์บัคส์เกาหลีใต้ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีการเปิดตัวแคมเปญการตลาดที่ไร้ความเหมาะสม และสร้างความโกรธแค้นให้แก่สาธารณชนอย่างรุนแรง
ชนวนเหตุของความขัดแย้งในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการที่สตาร์บัคส์ เกาหลีใต้ ได้เปิดตัวแก้วน้ำที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้รุ่น "แทงก์ ทัมเบลอร์" เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวันครบรอบเหตุการณ์ลุกฮือเพื่อประชาธิปไตยที่เมืองควังจู โดยบริษัทได้ใช้คำโปรโมตแคมเปญนี้ว่า "Tank Day" พร้อมสโลแกนประกอบว่า "วางมันลงบนโต๊ะด้วยเสียงดัง 'ตั๊ก!' (Tak!)"
การเลือกใช้คำว่า "Tank" (ซึ่งแปลว่า รถถัง หรือแก้วน้ำขนาดใหญ่) ในวันดังกล่าว ได้จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน เนื่องจากเป็นการยั่วยุและทำให้ผู้คนนึกถึง "รถถัง" ของกองทัพทหารที่ถูกส่งมาใช้ปราบปรามกลุ่มนักศึกษาและประชาชนอย่างโหดเหี้ยม ในเหตุการณ์ลุกฮือที่เมืองกวางจูเพื่อต่อต้านการปกครองภายใต้ระบอบเผด็จการทหารของนายชอน ดูฮวาน เมื่อปี 1980 ซึ่งปีนี้ถือเป็นวันครบรอบปีที่ 46 ของโศกนาฏกรรมดังกล่าว
เหตุการณ์ปราบปรามในครั้งนั้นใช้เวลานานกว่า 10 วัน ตัวเลขอย่างเป็นทางการระบุว่ามีพลเรือนเสียชีวิต 165 ราย สูญหาย 65 ราย และอีก 376 รายเสียชีวิตในเวลาต่อมาเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว อย่างไรก็ตาม ประชาชนจำนวนมากเชื่อว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตที่แท้จริงนั้นสูงกว่านี้มาก และจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่าใครเป็นผู้สั่งการให้เปิดฉากยิงใส่ประชาชน ก่อนที่อดีตประธานาธิบดีชอน ดู-ฮวาน จะยอมก้าวลงจากตำแหน่งในปี 1988 ท่ามกลางกระแสเรียกร้องประชาธิปไตยที่เติบโตขึ้น
...
นอกจากนี้ การใช้คำว่า "ตั๊ก!" (Tak!) ในสโลแกน ก็ถูกตั้งคำถามอย่างรุนแรงจากสังคมเช่นกัน เนื่องจากคำนี้ชวนให้รำลึกถึงคำแถลงที่น่าอัปยศของตำรวจเกาหลีใต้ในปี 1987 ที่พยายามปกปิดสาเหตุการเสียชีวิตของนักศึกษาผู้ประท้วงรายหนึ่งซึ่งถูกซ้อมทรมานจนเสียชีวิต โดยในเวลานั้นตำรวจอ้างหน้าตาเฉยว่า นักศึกษาคนดังกล่าวเสียชีวิตเนื่องจากหัวใจวาย หลังจากที่พนักงานสอบสวนใช้มือทุบโต๊ะจนเกิดเสียงดัง "ตั๊ก!"
ด้านประธานาธิบดี อี แจมยอง แห่งเกาหลีใต้ ซึ่งได้เดินทางไปร่วมพิธีรำลึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์กวางจูด้วยนั้น ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X แสดงความไม่พอใจต่อการตลาดในครั้งนี้ โดยระบุว่า "ผมรู้สึกโกรธแค้นกับการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมและน่าอับอายเช่นนี้ มันเป็นการหาผลประโยชน์ทางการค้าที่ปฏิเสธคุณค่าของชุมชนชาวเกาหลีใต้ สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และระบอบประชาธิปไตย แคมเปญนี้ลดทอนคุณค่าของการต่อสู้ด้วยเลือดของชาวเมืองควังจูและเหยื่อผู้สูญเสีย" พร้อมทั้งตราหน้าสตาร์บัคส์ว่าเป็นเสมือน "พ่อค้าที่เสื่อมทราม"
วิกฤตศรัทธาดังกล่าวส่งผลให้ทางสตาร์บัคส์ เกาหลีใต้ ต้องรีบถอดแคมเปญนี้ออกทันที และได้ออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซต์ โดยระบุว่า "เราขอค้อมศีรษะขออภัยต่อดวงวิญญาณของผู้สูญเสียในเหตุการณ์ 18 พฤษภาคมอย่างสุดซึ้ง เรารับรู้แล้วว่าการใช้คำที่เกี่ยวข้องกับการโปรโมตขายแก้วทัมเบลอร์ทางออนไลน์นั้น เป็นไปในลักษณะที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง" พร้อมให้คำมั่นว่าจะยกระดับความตระหนักรู้ทางประวัติศาสตร์และมาตรฐานจริยธรรมของพนักงานผ่านการฝึกอบรมเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก
ขณะเดียวกัน นายจอง ยงจิน ประธานกลุ่มบริษัทชินเซเก ก็ได้ออกโรงแถลงการณ์ขอโทษต่อสาธารณชนด้วยตนเอง โดยระบุว่า "ในฐานะตัวแทนของกลุ่มบริษัท ผมขอขออภัยอย่างสุดซึ้ง การตลาดในครั้งนี้ได้สร้างบาดแผลที่หยั่งรากลึกให้แก่สาธารณชน ครอบครัวผู้สูญเสีย และเหยื่อจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมทุกท่าน".