การเปิดจำหน่ายนาฬิการุ่นลิมิเต็ด "Royal Pop" จากความร่วมมือระหว่าง Swatch และ Audemars Piguet กลายเป็นเหตุชุลมุนในหลายประเทศทั่วโลก หลังประชาชนจำนวนมากแห่ต่อคิวข้ามคืนเพื่อซื้อไปเก็งกำไร ส่งผลให้หลายสาขาต้องปิดร้านชั่วคราว ขณะที่ตำรวจในหลายเมืองต้องเข้าควบคุมสถานการณ์

การเปิดตัวนาฬิกาคอลเลกชันพิเศษ "Royal Pop" ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์นาฬิกาขวัญใจมหาชนอย่าง Swatch และแบรนด์นาฬิกาหรูระดับลักชัวรี Audemars Piguet เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (16 พ.ค.)  ได้กลายเป็นความโกลาหลครั้งใหญ่ในหลายเมืองทั่วทวีปยุโรปและนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เกิดการทะเลาะวิวาท และตำรวจต้องเข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน

รายงานระบุว่า มีผู้คนหลายร้อยคนพากันมาปักหลักกางเต็นท์รอข้ามคืน และในบางรายถึงขั้นมานอนรอนานหลายวัน เพื่อให้ได้สิทธิ์ซื้อนาฬิกาสุดพิเศษเรือนนี้

ที่ประเทศฝรั่งเศส ฝูงชนกว่า 300 คนได้เข้าปิดล้อมร้าน Swatch สาขาหนึ่งในแถบชานกรุงปารีส ตั้งแต่ช่วงดึกของคืนวันศุกร์ สถานการณ์เริ่มบานปลายเมื่อร้านเปิดทำการ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตัดสินใจยิงแก๊สน้ำตาเพื่อควบคุมฝูงชนที่พยายามเบียดเสียดเข้าไปในร้าน เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ประตูม้วนเหล็กและประตูกั้นรักษาความปลอดภัยของร้านได้รับความเสียหาย ซึ่งทางตำรวจระบุว่า ร้านค้าประเมินและจัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต่ำเกินไป

ที่สหราชอาณาจักร Swatch จำเป็นต้องสั่งปิดร้านสาขาในกรุงลอนดอน และอีก 6 เมืองใหญ่ อาทิ แมนเชสเตอร์, คาร์ดิฟฟ์, เบอร์มิงแฮม, ลิเวอร์พูล และเชฟฟิลด์ เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย หลังจากฝูงชนจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาจนควบคุมไม่ได้

ภาพวิดีโอที่แชร์บนโลกออนไลน์เผยให้เห็นจังหวะที่ผู้คนพยายามพังฝ่าแนวรั้วรักษาความปลอดภัยที่ห้าง Battersea ในลอนดอน ขณะที่ห้าง Trafford Centre ในเมืองแมนเชสเตอร์เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำสุนัขตำรวจเข้ามาระงับเหตุ มีการออกคำสั่งสลายการชุมนุมในเมืองเบอร์มิงแฮม และชายวัย 25 ปีรายหนึ่งถูกจับกุมที่เมืองคาร์ดิฟฟ์ ส่งผลให้ Swatch ต้องประกาศปิดบริการสาขาแมนเชสเตอร์และลิเวอร์พูลต่อเนื่องเป็นวันที่สองในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

...

สถานการณ์ในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ก็ตึงเครียดไม่แพ้กัน โดยสื่อท้องถิ่นเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ชกต่อยกันหน้าเปิดร้าน ขณะที่ในเนเธอร์แลนด์ ตำรวจต้องเข้าแทรกแซงที่ห้างสรรพสินค้าใกล้กับกรุงเฮก เนื่องจากบรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและการโต้เถียงอย่างรุนแรง จนทางร้านตัดสินใจ "ไม่เปิดให้บริการ" และส่งผู้คนกลับบ้าน เช่นเดียวกับสาขาในอัมสเตอร์ดัมและอูเทรชต์ที่ยังคงปิดประตูเงียบ โดยยังไม่มีกำหนดว่าจะกลับมาเปิดบริการอีกครั้งเมื่อใด

ด้านนครนิวยอร์ก สหรัฐฯ บรรยากาศการเปิดตัวที่สาขาไทม์สแควร์ เต็มไปด้วยการผลักและเบียดเสียด ประชาชนรายหนึ่งซึ่งมารอคิวตั้งแต่พุธ เผยว่า "มันเหมือนอยู่ในหลุม ในคอนเสิร์ตร็อก คนที่เพิ่งมาถึงเมื่อคืนพยายามเบียดไปข้างหน้า ส่วนคนมาตอนเช้าก็พยายามแซงคิว ใครโกงและผลักแรงที่สุดก็ได้อยู่หน้าสุด"

ผู้ซื้ออีกหลายคนยอมรับว่า พวกเขาต้องการซื้อนาฬิกาเรือนนี้ ซึ่งมีราคาหน้าร้านเพียงประมาณ 400 ถึง 420 ดอลลาร์สหรัฐ  เพื่อนำไป "รีเซล" หรือขายต่อในราคาสูงทันที โดยผู้ซื้อรายหนึ่งเผยว่า เขาเข้าคิวนาน 5 วัน และหลังจากซื้อนาฬิกามาได้ในราคา 400 ดอลลาร์ เขาก็ขายต่อได้ทันทีในราคา 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 130,000 บาท) ซึ่งฟันกำไรไปถึง 10 เท่าตัว

จากเหตุความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั่วโลก ล่าสุด Swatch ได้ออกแถลงการณ์แจ้งเตือนลูกค้า โดยระบุว่า"เพื่อความปลอดภัยของทั้งลูกค้าและพนักงานของเราในร้าน Swatch เราขอความกรุณาทุกท่านอย่าเพิ่งแห่กันมาที่ร้านเป็นจำนวนมากเพื่อซื้อสินค้านี้ นาฬิกาคอลเลกชัน Royal Pop จะยังคงมีวางจำหน่ายต่อไปอีกหลายเดือน และในบางประเทศ เราไม่สามารถรองรับแถวที่ยาวเกิน 50 คนได้ ซึ่งอาจจำเป็นต้องระงับการขายชั่วคราว" อย่างไรก็ตาม ทาง Swatch ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาหรือกำหนดการเปิดร้านใหม่อีกครั้งข้องสาขาที่ปิดไป.


ที่มา AFP / Guardian