"ดาร่า" (Dara) นักร้องสาวป๊อปชื่อดังของบัลแกเรีย สร้างประวัติศาสตร์พาประเทศคว้าแชมป์การประกวดเพลงยูโรวิชันเป็นครั้งแรก ส่วนอิสราเอลที่ถูกหลายประเทศบอยคอตต์ ตามมาเป็นอันดับ 2 ขณะที่สหราชอาณาจักรยังคงคว้าอันดับสุดท้ายอีกครั้ง
การแข่งขันประกวดเพลงยูโรวิชันประจำปี ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย จบลงด้วยชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ของบัลแกเรีย หลัง "ดาร่า" นักร้องสาววัย 27 ปี คว้าแชมป์ด้วยเพลงแดนซ์ "Bangaranga" ด้วยคะแนนรวมสูงถึง 516 คะแนน เอาชนะอิสราเอลอันดับ 2 ที่ได้ 343 คะแนน และโรมาเนียอันดับ 3 ที่ได้ 296 คะแนน
ดาร่าซึ่งไม่ใช่ตัวเต็งก่อนการแข่งขัน สามารถพลิกความคาดหมายด้วยการแสดงสุดอลังการ ผสมผสานท่าเต้นอันซับซ้อนและวัฒนธรรมพื้นบ้านบัลแกเรีย "คูเครี" ที่ใช้หน้ากากเพื่อขับไล่วิญญาณร้าย จนกลายเป็นโชว์ที่โดดเด่นที่สุดของค่ำคืน
เพลง "Bangaranga" มีความหมายว่า "ความโกลาหล" ในภาษาถิ่นจาเมกา โดยเนื้อเพลงสะท้อนการต่อสู้กับความวิตกกังวลและโรคสมาธิสั้น หรือ ADHD ที่เธอเพิ่งได้รับการวินิจฉัยเมื่อปีที่ผ่านมา พร้อมส่งสารถึงการเลือกใช้ "ความรักแทนความกลัว"
หลังคว้าถ้วยไมโครโฟนคริสตัล ดาร่ากล่าวขอบคุณแฟนเพลงทั่วโลกที่ "สัมผัสถึงพลังของ Bangaranga" ขณะที่สถานีโทรทัศน์แห่งชาติบัลแกเรียยืนยันแล้วว่า การแข่งขันปีหน้าจะจัดขึ้นที่กรุงโซเฟีย
ด้านสหราชอาณาจักรยังคงทำผลงานย่ำแย่ โดย Look Mum No Computer กับเพลง "Eins, Zwei, Drei" จบอันดับสุดท้าย ได้เพียง 1 คะแนนจากคณะกรรมการยูเครน ถือเป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่ปี 2020 ที่สหราชอาณาจักรได้อันดับสุดท้าย
ภาพรวมของการแข่งขันในปีนี้เต็มไปด้วยโชว์ที่เน้นอารมณ์ความปรารถนาและตัณหาที่รุนแรง เริ่มตั้งแต่เดนมาร์กที่แดนเซอร์เต้นในตู้พลาสติก ส่วนเยอรมนีและนอร์เวย์ที่มากับเนื้อหาเพลงที่ร้อนแรง รวมถึง Felicia จากสวีเดนที่ร้องเนื้อหาโจ่งครึ่มจนน่าตกใจ ขณะที่วงร็อค Lavina จากเซอร์เบีย ปิดท้ายโชว์ด้วยการกรีดร้องอย่างโหยหวนจากความเจ็บปวดที่ถูกทำร้ายจิตใจ
...
ส่วน Alexandra Căpitănescu ตัวแทนจากโรมาเนีย เผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มนักรณรงค์เรื่องเนื้อหาของเพลง "Choke Me" ที่ถูกมองว่าส่งเสริมความรุนแรงทางเพศ ทว่าเธอได้ออกมาโต้แย้งว่า เพลงนี้สื่อถึงความรู้สึกอึดอัดและถูกกดทับด้วยความลังเลในใจของตัวเองต่างหาก ซึ่งการแสดงในสไตล์ Lady Gaga ผสมวงร็อค Evanescence ของเธอก็ทรงพลังพอที่จะคว้าอันดับ 3 ไปได้
การประกวดปีนี้ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย หลังจาก JJ ศิลปินวัย 25 ปีพาออสเตรียชนะเมื่อปีก่อนด้วยเพลง Wasted Love เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสประท้วงต่อต้านการเข้าร่วมของอิสราเอล สืบเนื่องจากความสูญเสียในสงครามกาซา มีถึง 5 ประเทศที่ประกาศบอยคอตต์ไม่ร่วมส่งเพลงเข้าประกวดในปีนี้ ซึ่งรวมถึง สเปน ไอซ์แลนด์ และไอร์แลนด์ (อดีตแชมป์ 7 สมัย) นอกจากนี้ยังมีการประท้วงใหญ่ใจกลางกรุงเวียนนาก่อนรอบชิงชนะเลิศ
ในรอบรองชนะเลิศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Noam Bettan นักร้องตัวแทนจากอิสราเอล ถูกผู้ชมบางส่วนโห่ไล่ด้วยสโลแกนต่อต้านอิสราเอล แต่ในรอบชิงชนะเลิศ โชว์เพลงรักสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน "Michelle" ของเขากลับผ่านพ้นไปได้ด้วยดีโดยไม่มีเหตุปั่นป่วน และสามารถคว้าอันดับ 2 ไปครองได้สำเร็จ
นอกจากนี้ การแข่งขันปีนี้ยังถือเป็นวาระครบรอบ 70 ปีของยูโรวิชัน ซึ่งเริ่มจัดขึ้นครั้งแรกในปี 1956 ภายใต้ชื่อ "European Grand Prix" โดยมีเพียง 7 ประเทศเข้าร่วม และ Lys Assia จากสวิตเซอร์แลนด์เป็นแชมป์คนแรก โดยผู้จัดได้จัดการแสดงพิเศษรวมเพลงระดับตำนานจากตลอด 7 ทศวรรษที่ผ่านมา เพื่อเฉลิมฉลองเวทีประกวดเพลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรปรายการนี้.
ที่มา BBC