จำนวนผู้เสียชีวิตจากการระบาดระลอกใหม่ของไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เพิ่มเป็น 87 ศพแล้ว และมีผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้ออีกหลายร้อยราย

เมื่อ 16 พ.ค. 2569 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือ ดีอาร์คองโก (DRC) กำลังแสดงความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาระลอกใหม่ ในจังหวัดอิตูรี (Ituri) ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 87 ศพ

ขณะนี้พบผู้ป่วยที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อแล้วหลายร้อยราย ซึ่งรวมถึงมีกรณีผู้ติดเชื้อรายหนึ่งที่เดินทางข้ามพรมแดนไปยังประเทศยูกันดาด้วย นอกจากนั้น ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) ยังระบุด้วยว่า ไวรัสสายพันธุ์ล่าสุดที่กำลังแพร่ระบาดนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน

องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า ทางการดีอาร์คองโกยืนยันการแพร่ระบาดรอบใหม่นี้ครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยไวรัสอีโบลาสามารถติดต่อผ่านทางเลือดและของเหลวอื่นๆ จากร่างกาย รวมถึงการสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ ผู้ป่วยจะมีอาการตั้งแต่ เป็นไข้ ปวดตามร่างกาย อ่อนเพลีย อาเจียน “และในบางรายอาจมีอาการเลือดออกร่วมด้วย”

ดร. ฌอง คาเซยา ผู้อำนวยการใหญ่ของ Africa CDC กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวผ่านระบบวิดีโอคอลเมื่อวันเสาร์ว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเชื่อว่าการระบาดน่าจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนเมษายน โดยในขณะนี้มียอดผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 336 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 87 ศพ

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ตรวจพบจนถึงตอนนี้กระจุกตัวอยู่ในเมืองเหมืองแร่สองแห่งที่มีชื่อว่า มงกวาลู (Mongwalu) และ รวามพารา (Rwampara) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผู้คนหลั่งไหลเข้าออกเพื่อมาทำงานเป็นจำนวนมาก “เรากำลังพูดถึงภูมิภาคที่มีความเปราะบางและสุ่มเสี่ยงเป็นอย่างมาก” ดร. คาเซยากล่าว

...

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา ชายชาวคองโกวัย 59 ปีรายหนึ่งเสียชีวิตลงจากการติดเชื้อไวรัสอีโบลา ที่กรุงกัมปาลา เมืองหลวงของประเทศยูกันดาซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของดีอาร์คองโกด้วย

มีบุคคลหนึ่งเดินทางมาจากดีอาร์คองโก เข้ามายังยูกันดา แล้วก็เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ... เขาป่วยในขณะที่อยู่ในชุมชนนี้และมีผู้คนรายล้อมอยู่รอบตัวเขาจำนวนหนึ่ง แถมเขายังใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะในการเดินทางมายังยูกันดาด้วย

ดร.คาเซยาเสริมด้วยว่า ชายคนนี้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลแต่จากนั้นร่างของเขาถูกส่งกลับข้ามพรมแดนไปยังดีอาร์คองโกเพื่อทำพิธีฝังศพ

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ในขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าไวรัสกำลังแพร่กระจายรวดเร็วเพียงใด ก่อนหน้านี้เคยเกิดการระบาดของไวรัสสายพันธุ์นี้ ซึ่งมีชื่อว่า “บุลดีบูเกียว” (Bundibugyo) มาแล้ว 2 ครั้ง แต่เนื่องจากพบได้น้อยกว่าสายพันธุ์ “ซาอีร์” (Zaire) จึงทำให้ผู้เชี่ยวชาญยังมีความเข้าใจเกี่ยวกับมันค่อนข้างน้อย และยังไม่มีวัคซีนที่ได้รับการรับรอง

อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิจัยเปิดเผยว่า ในปัจจุบันเริ่มมีวัคซีนทดลองที่เข้าเกณฑ์คัดเลือกและกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มเติมแล้ว แต่วัคซีนดังกล่าวจะเพิ่งผ่านการทดสอบในลิงเพียงบางส่วนเท่านั้น และมีอัตราประสิทธิภาพอยู่ที่ประมาณ 50% โดยที่ยังไม่มีการประเมินศักยภาพในการนำมาใช้กับผู้ป่วยที่เป็นมนุษย์แต่อย่างใด


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : npr