บริษัท ฮอนด้า ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ มีผลประกอบการประจำปีงบประมาณที่ผ่านมาขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 70 ปี อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐฯ และกำแพงภาษี
สำนักข่าว บีบีซี รายงานเมื่อ 14 พ.ค. 2569 ว่า บริษัท ฮอนด้า ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น รายงานผลประกอบการสำหรับปีงบประมาณซึ่งสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2569 ปรากฏว่า ขาดทุน 4.23 แสนล้านเยน หรือราว 8.65 หมื่นล้านบาท ซึ่งนับเป็นการปิดปีงบประมาณด้วยการขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี
ฮอนด้าระบุว่ากำลังยกเลิกเป้าหมายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าบางส่วน และจะหันไปจัดหาชิ้นส่วนจากประเทศจีนซึ่งมีราคาถูกกว่าเพื่อควบคุมต้นทุนให้ต่ำลง
ตามการเปิดเผยของฮอนด้า การเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยที่ทำให้ผลขาดทุนเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งรวมถึงการยกเลิกมาตรการจูงใจทางภาษีสำหรับผู้บริโภคชาวอเมริกันที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า และการบังคับใช้มาตรการกำแพงภาษี
ก่อนหน้านี้ ผู้บริโภคในสหรัฐฯ สามารถขอคืนภาษีได้สูงสุดถึง 7,500 ดอลลาร์ หากซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่ แต่มาตรการนี้ถูกโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกไปเมื่อเดือนกันยายน 2568
นอกจากนั้น การจัดเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ที่ทรัมป์ประกาศในปี 2568 ยังส่งผลกระทบต่อกำไรของผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่หลายราย แม้ว่าจะมีการปรับลดอัตราภาษีจาก 25% ลงเหลือ 15% แล้วก็ตาม
นักวิเคราะห์มองว่า ด้วยขนาดที่ใหญ่โตและลักษณะของธุรกิจที่เป็นมรดกตกทอดกันมานานของบริษัท ฮอนด้า ทำให้บริษัทปรับตัวได้ยากต่อความผันผวนที่รวดเร็วของอุปสงค์รถยนต์ไฟฟ้า
ฮอนด้าระบุว่า หลังจากนี้พวกเขาจะหันไปให้ความสำคัญกับธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่าง รถจักรยานยนต์, บริการทางการเงิน และการผลิตรถยนต์ไฮบริด (Hybrid) และจะให้ความสำคัญกับตลาดในอเมริกาเหนือ, ญี่ปุ่น และอินเดีย สำหรับการเติบโตในอนาคต
...
ด้านนายโทชิฮิโระ มิเบะ ประธานกรรมการบริหาร กล่าวว่า ฮอนด้าจะยกเลิกเป้าหมายของบริษัท ที่จะทำให้รถยนต์ไฟฟ้าครองส่วนแบ่ง 1 ใน 5 ของยอดขายรถใหม่ภายในปี 2573 และยกเลิกเป้าหมายที่จะเปลี่ยนรถยนต์ทุกรุ่นให้เป็นไฟฟ้าทั้งหมด (All-EV) ภายในปี 2583 ด้วย
ทั้งนี้ ฮอนด้าคาดการณ์ว่า บริษัทจะมีผลประกอบการขาดทุนที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก 5.12 แสนล้านเยน ในปีงบประมาณถัดไปที่จะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2570
น.ส. แดนนี ฮิวสัน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์การเงินจาก AJ Bell กล่าวว่า ที่จุดเปลี่ยนที่ดูมืดมนของฮอนด้า แต่ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจนัก
“เช่นเดียวกับผู้ผลิตรถยนต์รายเก่าแก่หลายราย ฮอนด้าวางเดิมพันว่าผู้ใช้รถจะเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว และพวกเขาก็เป็นฝ่ายแพ้เมื่อทิศทางของโลกเปลี่ยนไป”
เธอกล่าวว่าปัจจัยด้านการเมือง ค่าครองชีพ และการแข่งขันจากบริษัทจีน บีบให้ฮอนด้าต้องยอมถอยเรื่องแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและยอม “แบกรับต้นทุนที่สูญเสียไป”
ฮิวสันกล่าวเสริมว่า แม้ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าจะพุ่งสูงขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน แต่ “บริษัทที่มีขนาดใหญ่ระดับนี้อย่าง Honda กลับต้องมาคอยปรับตัวตามสถานการณ์เฉพาะหน้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก”
เธอยังทิ้งท้ายว่า สถานการณ์อาจทวีความรุนแรงขึ้นอีก เนื่องจากยังมี “จุดเปลี่ยนที่คาดไม่ถึง” รออยู่ในตลาดอีกมาก
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc