โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในงานเลี้ยงรับรองวันแรกของการประชุมสุดยอดกับผู้นำจีนว่า การพูดคุยเป็นไปในเชิงบวกอย่างยิ่ง ขณะที่ สี จิ้นผิง คาดหวังว่าจะมีความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับสหรัฐฯ

เมื่อ 14 พ.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวในงานเลี้ยงรับรองวันแรกของการประชุมสุดยอด ณ กรุงปักกิ่งว่า การหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนนั้น “เป็นไปในเชิงบวกอย่างมาก” ท่ามกลางบรรยากาศของการประชุมสุดยอดที่ดูชื่นมื่น แต่แฝงไว้ด้วยประเด็นขัดแย้งหลายอย่าง

“เรามีการสนทนาและการประชุมที่มีประสิทธิภาพและเป็นบวกอย่างยิ่งกับคณะตัวแทนของจีนในช่วงเช้าวันนี้” ทรัมป์กล่าว ณ มหาศาลาประชาชน พร้อมบรรยายถึงค่ำคืนนี้ว่าเป็น “อีกหนึ่งโอกาสอันล้ำค่าที่จะได้หารือกันในหมู่มิตรสหาย”

การหารือวันแรกจบลงด้วยการที่ทรัมป์เชิญ สี จิ้นผิง เดินทางไปเยือนทำเนียบขาวในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ด้วย

ด้าน สี จิ้นผิง กล่าวสุนทรพจน์ระหว่างงานเลี้ยงรับรองระดับรัฐ โดยแสดงความหวังถึงความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างทั้งสองประเทศ และหวังว่าความก้าวหน้าของจีนสามารถดำเนินไปได้ “สอดประสาน” กับการทำให้อเมริกาเป็นมหาอำนาจอีกครั้ง

“การบรรลุการฟื้นฟูความรุ่งเรืองครั้งใหญ่ของประเทศจีน และการทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง สามารถดำเนินควบคู่กันไปได้อย่างสมบูรณ์ ต่างฝ่ายต่างช่วยให้อีกฝ่ายประสบความสำเร็จ และส่งเสริมสวัสดิภาพของโลกทั้งใบ” สี จิ้นผิง กล่าว ซึ่งเป็นการอ้างถึงแคมเปญ MAGA ของทรัมป์

ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางถึงกรุงปักกิ่งเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ก่อนจะเริ่มการประชุมสุดยอดครั้งสำคัญในวันพฤหัสบดี โดยในช่วงเช้า ทรัมป์บอกกับสี จิ้นผิง ว่า ประเทศของทั้งสองจะมี “อนาคตที่ยอดเยี่ยมร่วมกัน” พร้อมชื่นชมเจ้าภาพว่า “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นเพื่อนกับท่าน” ขณะที่ผู้นำจีนกล่าวอย่างสงวนท่าทีว่า ทั้งสองฝ่าย “ควรเป็นพันธมิตรกัน ไม่ใช่คู่แข่ง”

...

การเยือนปักกิ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในรอบเกือบหนึ่งทศวรรษ โดยการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยนี้ ช่วยกลบบรรยากาศของความตึงเครียดด้านการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ระหว่างสองประเทศ

ความขัดแย้งในลักษณะหลังนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งนับตั้งแต่การเยือนครั้งล่าสุดของทรัมป์ในปี 2560 โดยทั้งสองประเทศใช้เวลาส่วนใหญ่ของปี 2568 ไปกับสงครามการค้าที่สร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลก และมีความเห็นไม่ลงรอยกันในประเด็นเช่น เรื่องไต้หวัน

ความขัดแย้งใหม่ล่าสุดที่เพิ่มเข้ามาคือ สงครามอิหร่าน ซึ่งทำให้จุดยืนของทรัมป์ในการเจรจาครั้งนี้อ่อนแอลง และทำให้เขาต้องเลื่อนกำหนดการเยือนจีนจากเดือนมีนาคมมาเป็นวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่าเขาคาดหวังที่จะ “หารือยาว” กับสี จิ้นผิง เกี่ยวกับเรื่องอิหร่าน ซึ่งเป็นประเทศที่ขายน้ำมันส่วนใหญ่ที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร ให้กับจีน แต่เขายืนกรานว่า “ผมไม่คิดว่าเราต้องการความช่วยเหลือใดๆ เกี่ยวกับอิหร่าน” จากปักกิ่ง

อย่างไรก็ตาม มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นคู่ปรับตัวฉกาจของปักกิ่ง แสดงท่าทีต่างออกไปเล็กน้อยโดยระบุว่า “เราหวังว่าจะโน้มน้าวให้พวกเขา (จีน) แสดงบทบาทเชิงรุกมากขึ้น ในการเกลี้ยกล่อมให้อิหร่านถอนตัวจากสิ่งที่พวกเขากำลังทำและพยายามจะทำในอ่าวเปอร์เซีย ณ ขณะนี้”


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna