รัฐบาลเมียนมาเสนอร่างกฎหมายต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ฉบับใหม่ กำหนดโทษสูงสุดถึง "ประหารชีวิต" สำหรับผู้ที่กักขังหรือใช้ความรุนแรง กักขัง หรือทรมานเหยื่อให้ทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หวังล้างภาพลักษณ์แหล่งกบดานอาชญากรรมข้ามชาติ
รัฐบาลเมียนมาเผยแพร่ร่างกฎหมายต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ หรือ Anti-Online Scam Bill โดยเสนอให้มีบทลงโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต สำหรับผู้ที่กักขัง ใช้ความรุนแรง ทรมาน หรือปฏิบัติอย่างโหดร้ายต่อบุคคล เพื่อบังคับให้ทำงานในขบวนการหลอกลวงออนไลน์
ร่างกฎหมายดังกล่าวยังเสนอให้ผู้ที่ดำเนินกิจการศูนย์หลอกลวงออนไลน์ หรือเกี่ยวข้องกับการหลอกลงทุนสกุลเงินดิจิทัล หรือคริปโตเคอร์เรนซี ต้องรับโทษจำคุกสูงสุดตลอดชีวิต
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมียนมากลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมหลอกลวงออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามกลางเมืองหลังการรัฐประหารเมื่อปี 2021 ซึ่งทำให้กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติเข้าไปตั้งฐานปฏิบัติการในพื้นที่ห่างไกลและมีการรักษาความปลอดภัยแน่นหนา
ขบวนการเหล่านี้ใช้วิธีหลอกลวงผ่านความสัมพันธ์ออนไลน์ การลงทุนปลอม และคริปโตเคอร์เรนซี โดยมีเหยื่อกระจายอยู่ทั่วโลก ขณะที่ชาวต่างชาติหลายรายซึ่งถูกช่วยเหลือกลับประเทศเปิดเผยว่า พวกเขาถูกหลอกหรือค้ามนุษย์เข้าไปทำงานในศูนย์สแกมเมอร์และถูกทรมานหากขัดขืน
สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ FBI ประเมินว่า เฉพาะในสหรัฐฯ เมื่อปีที่ผ่านมา มีผู้เสียหายจากขบวนการลักษณะนี้มากกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปัญหาดังกล่าวยังสร้างความตึงเครียดระหว่างเมียนมากับจีน เนื่องจากมีทั้งชาวจีนที่เข้าไปก่อตั้งศูนย์สแกมเมอร์ทำงานในเครือข่ายเหล่านี้ และตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง
...
นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลอดช่วงสงครามกลางเมืองในเมียนมานานกว่า 5 ปี จีนพยายามรักษาผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง ด้วยการสนับสนุนทั้งกองทัพเมียนมาและกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ในบางช่วงเวลา
ร่างกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นกฎหมายสำคัญฉบับแรกที่เสนอโดยรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งนำโดยพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐประหารที่เพิ่งรับตำแหน่งประธานาธิบดีพลเรือนเมื่อเดือนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม กลุ่มเฝ้าระวังประชาธิปไตยมองว่า การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวเป็นเพียงความพยายามสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้รัฐบาลทหาร และลดแรงกดดันจากนานาชาติ หลังเมียนมาตกอยู่ในภาวะถูกโดดเดี่ยวทางการทูตนับตั้งแต่รัฐประหาร
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเมียนมาเพิ่งประกาศย้ายนางอองซาน ซูจี จากเรือนจำไปกักบริเวณในบ้านพัก แต่ฝ่ายวิจารณ์มองว่า เป็นเพียงความพยายามฟื้นภาพลักษณ์ของรัฐบาลเช่นกัน
ทั้งนี้ ร่างกฎหมายต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ยังเสนอจัดตั้งคณะกรรมการร่วมกับต่างประเทศ เพื่อประสานความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นความพยายามเปิดพื้นที่ให้รัฐบาลเมียนมาสร้างความร่วมมือกับนานาชาติอีกครั้ง.
ที่มา AFP