ราคาน้ำมันโลกขยับขึ้นเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาการพบหารือระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ และ สี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่ง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสงครามอิหร่านและพลังงานโลก
สัญญาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13 เซนต์ หรือ 0.12% อยู่ที่ 105.76 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 12 เซนต์ หรือ 0.12% อยู่ที่ 101.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันทั้งสองสัญญาเพิ่งร่วงลงอย่างหนักในวันพุธที่ผ่านมา หลังนักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง โดยน้ำมันเบรนต์ร่วงมากกว่า 2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน WTI ลดลงมากกว่า 1 ดอลลาร์
ทรัมป์เดินทางถึงกรุงปักกิ่งเมื่อเย็นวันพุธ และมีกำหนดเข้าหารือหลายรอบกับสี จิ้นผิง โดยประเด็นสำคัญครอบคลุมทั้งการค้า ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ สงครามอิหร่าน รวมถึงการขายอาวุธให้ไต้หวัน
แม้ทรัมป์จะระบุว่า เขาไม่ได้คิดว่าสหรัฐฯ จำเป็นต้องพึ่งความช่วยเหลือจากจีนเพื่อยุติสงครามอิหร่าน แต่บรรดานักวิเคราะห์มองว่า ผู้นำสหรัฐฯ น่าจะหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นหารือกับจีน เพื่อขอแรงสนับสนุนในการคลี่คลายความขัดแย้งที่กำลังสร้างต้นทุนมหาศาลและถูกวิจารณ์หนักภายในประเทศ
โทนี ซิคามอร์ นักวิเคราะห์จาก IG ระบุว่าหากไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมในการเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้ง สหรัฐฯ อาจเหลือทางเลือกไม่มาก นอกจากกลับไปใช้ปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติม
ทั้งนี้ รายงานระบุว่า อิหร่านได้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุม ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก พร้อมทำข้อตกลงกับอิรักและปากีสถาน เพื่อขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวออกจากภูมิภาค
ขณะเดียวกัน จีนยังคงเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ที่สุดของโลก แม้เผชิญแรงกดดันจากมาตรการคว่ำบาตรของรัฐบาลทรัมป์ โดยข้อมูลระบุว่า มากกว่า 80% ของน้ำมันที่อิหร่านส่งออกในปี 2025 มีปลายทางอยู่ที่จีน เนื่องจากโรงกลั่นอิสระของจีนยังคงซื้อน้ำมันอิหร่านราคาส่วนลดต่อเนื่อง
...
นักวิเคราะห์มองว่า หากจีนยังคงสนับสนุนการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านต่อไป อาจทำให้แรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อเตหะรานลดลงและทำให้ความพยายามของสหรัฐฯ ในการกดดันอิหร่านยิ่งซับซ้อนมากขึ้น.
ที่มา : channelnewsasia
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ