นายกเทศมนตรีเมืองในรัฐแคลิฟอร์เนีย ลาออกจากตำแหน่ง หลังถูกตั้งข้อหาว่าทำตัวเป็นตัวแทนของรัฐบาลจีนอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

เมื่อ 12 พ.ค. 2569 ไอลีน หวัง นายกเทศมนตรีวัย 58 ปี ของเมืองอาร์คาเดีย ทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งแล้ว หลังจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ตั้งข้อหาเธอในฐานะเป็นตัวแทนของรัฐบาลจีนอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

นางหวังตกลงที่จะรับสารภาพในข้อหาอุกฉกรรจ์ ขณะที่สภาเมืองอาร์คาเดียระบุว่าเธอได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

หากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง นางหวังอาจต้องเผชิญโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี โดยเจสัน เหลียง และไบรอัน ซุน ทนายความของเธอ ออกแถลงการณ์ในนามของเธอว่า “เธอขออภัยและเสียใจกับความผิดพลาดที่ได้กระทำลงไปในชีวิตส่วนตัวของเธอ”

ด้าน บิล เอสไซลี ผู้ช่วยอัยการสหรัฐฯ ลำดับที่หนึ่ง กล่าวว่า “ข้อตกลงรับสารภาพนี้คือความสำเร็จล่าสุดในความมุ่งมั่นของเราที่จะปกป้องมาตุภูมิจากการพยายามของจีนในการบ่อนทำลายสถาบันต่าง ๆ ของเรา”

“บุคคลในประเทศของเราที่แอบทำตามคำบงการของรัฐบาลต่างชาติอย่างลับ ๆ กำลังทำลายระบอบประชาธิปไตยของเรา” เอสไซลีกล่าวเสริม

ตามรายงานของกระทรวงยุติธรรม นางหวังถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่จีน ซึ่งรวมถึงการแบ่งปันบทความที่สร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับรัฐบาลปักกิ่ง โดยไม่มีการแจ้งให้รัฐบาลสหรัฐฯ ทราบตามที่กฎหมายกำหนด

ทั้งนี้ เธอได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาเมืองอาร์คาเดียในเดือนพฤศจิกายน 2565 ซึ่งเป็นคณะผู้ปกครองที่มีสมาชิก 5 คน โดยสมาชิกแต่ละคนจะสลับกันขึ้นดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตามวาระการหมุนเวียน

กระทรวงยุติธรรมระบุด้วยว่า นางหวังร่วมมือกับนาย ซุน เหยาหนิง หรือ ไมค์ อายุ 65 ปี ในการบริหารเว็บไซต์ “US News Center” ที่อ้างตัวว่าเป็นแหล่งข่าวสำหรับชาวอเมริกันเชื้อสายจีนที่อาศัยอยู่ในเมืองอาร์คาเดีย และเว็บไซต์นี้ถูกใช้เป็นช่องทางเผยแพร่บทความที่มีเนื้อหาเข้าข้างจีน

...

บทความชิ้นหนึ่งมีเนื้อหาปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการบังคับใช้แรงงานและการละเมิดสิทธิในมณฑลซินเจียงของจีนด้วย

โดมินิก ลาซซาเร็ตโต ผู้บริหารเมืองอาร์คาเดีย ชี้แจงผ่านทางเว็บไซต์ของเมืองว่า “ข้อกล่าวหาที่เป็นหัวใจสำคัญของคดีนี้ ซึ่งระบุว่ารัฐบาลต่างชาติพยายามใช้อิทธิพลเหนือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง และเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง”


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc