รัสเซียจัดพิธีเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะเหนือนาซีเยอรมัน โดย วลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวสุนทรพจน์โจมตีนาโตและยูเครน โดยยืนยันว่า เป้าหมายต่างๆ ในการทำสงครามของรัสเซียนั้น ชอบด้วยเหตุผลแล้ว
เมื่อ 9 พ.ค. 2569 ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีสวนสนามวันแห่งชัยชนะ ณ จัตุรัสแดง โดยระบุว่า ทหารของเขาในยูเครนกำลังต่อสู้กับ "กองกำลังที่ก้าวร้าว" ซึ่งสนับสนุนโดยกลุ่มนาโต (NATO) ทั้งหมด พร้อมทั้งระบุว่าเป้าหมายในสงครามของเขานั้น "ชอบด้วยเหตุผล" แล้ว
ปูตินชูวันแห่งชัยชนะของสหภาพโซเวียตเหนือนาซีเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นหัวใจสำคัญในการปกครองของเขามาตลอด 25 ปี ซึ่งตามปกติแล้วทางการรัสเซียจะจัดพิธีสวนสนามอย่างยิ่งใหญ่และตระการตา
แต่ในปีนี้ เนื่องจากการโจมตีระยะไกลของยูเครนที่เกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลเครมลินต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและลดขนาดการเฉลิมฉลองลง
พิธีสวนสนามในครั้งนี้มีขนาดเล็กลงกว่าปีก่อนๆ อย่างมาก โดยไม่มีการนำยุทโธปกรณ์ทางทหารมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในรอบเกือบสองทศวรรษ และมีบุคคลสำคัญจากต่างประเทศเข้าร่วมเพียงไม่กี่ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้นำจากประเทศพันธมิตรที่ใกล้ชิดของรัสเซียเท่านั้น
ทั้งรัสเซียกับยูเครนต่างตกลงที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 3 วันในช่วงกิจกรรมดังกล่าว ตามการประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้มอสโกเคยขู่ว่าจะโจมตีใจกลางกรุงเคียฟ “ครั้งใหญ่” หากยูเครนเข้ามาขัดขวางการดำเนินพิธีการ
ในสุนทรพจน์ต่อหน้าขบวนสวนสนาม ซึ่งมีทั้งหน่วยทหารของรัสเซียและทหารจากเกาหลีเหนือเข้าร่วม ปูตินได้อ้างถึงชัยชนะของสหภาพโซเวียตเพื่อระดมแรงสนับสนุนให้แก่กองทัพของเขาในยูเครน
...
“วีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของคนในยุคสมัยแห่งชัยชนะ ได้สร้างแรงบันดาลใจแก่ทหารผู้กำลังปฏิบัติหน้าที่ตามเป้าหมายของปฏิบัติการพิเศษทางทหารในวันนี้” ปูตินกล่าว “พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับกองกำลังที่ก้าวร้าว ซึ่งได้รับการติดอาวุธและสนับสนุนจากกลุ่มนาโตทั้งหมด และถึงจะเป็นเช่นนั้น เหล่าฮีโร่ของเราก็ยังคงรุกไปข้างหน้า”
“ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าภารกิจของเรานั้นชอบด้วยเหตุผลแล้ว” ปูตินประกาศ
อย่างไรก็ตาม สุนทรพจน์ดังกล่าวได้รับการตอบสนองอย่างเย็นชาจากคนบางส่วนในรัสเซีย ท่ามกลางปัญหาอินเทอร์เน็ตล่มและความเหนื่อยล้าจากสงครามยูเครนที่ยืดเยื้อมานานถึง 4 ปี ซึ่งบดบังบรรยากาศการเฉลิมฉลองในครั้งนี้
สำนักข่าว AFP สอบถาม “เอเลนา” นักเศรษฐศาสตร์วัย 36 ปี ถึงความรู้สึกในวันแห่งชัยชนะ ซึ่งเป็นวันรำลึกถึงตอนที่สหภาพโซเวียตเอาชนะนาซีเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 2 เธอตอบเพียงว่า “ไม่รู้สึกอะไรเลย ... ฉันต้องการใช้อินเทอร์เน็ต แต่ตอนนี้มันใช้ไม่ได้” เธอบอกด้วยว่า เธอจะไม่รับชมการสวนสนามในครั้งนี้
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna