นักวิทย์เผย เมกะสึนามิสูงเกือบ 500 เมตรในรัฐอลาสกา สหรัฐอเมริกา ฤดูร้อนปีที่ผ่านมา นับเป็นคลื่นยักษ์ขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 2 เท่าที่เคยมีการบันทึกมา เตือนภาวะโลกร้อนเสี่ยงเกิดถี่ขึ้นในอนาคต
งานวิจัยฉบับใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science ระบุว่า เหตุการณ์เมกะสึนามิ ที่เกิดขึ้นจากมวลหินขนาดประมาณ 64 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเทียบเท่าพีระมิดกีซาราว 24 แห่ง พังถล่มลงทะเลภายในเวลาไม่ถึง 1 นาที ที่เกิดขึ้นที่ "เทรซี อาร์ม ฟยอร์ด" (Tracy Arm Fjord) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอลาสกา จนเกิดคลื่น "เมกะสึนามิ" สูงเกือบ 500 เมตร ถือเป็นสถิติสูงที่สุดอันดับ 2 ของโลก รองจากเหตุการณ์ในอลาสกาช่วงทศวรรษ 1950 ที่มีความสูงมากกว่า 500 เมตร
นักธรณีวิทยาชาวอลาสกา ดร.เบรตวูด ฮิกแมน เปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นเหตุการณ์เฉียดหายนะ เพราะเกิดขึ้นในช่วงกลางดึก ทำให้ไม่มีเรือท่องเที่ยวอยู่ในพื้นที่ขณะเกิดคลื่นยักษ์ แต่ครั้งหน้าอาจไม่โชคดีแบบนี้
นักวิจัยอธิบายว่า "เมกะสึนามิ" แตกต่างจากสึนามิทั่วไป เพราะเกิดจากดินถล่มหรือภูเขาถล่มลงน้ำโดยตรง ไม่ได้เกิดจากแผ่นดินไหวกลางมหาสมุทร แม้คลื่นจะไม่เดินทางไกลเหมือนสึนามิทั่วไป แต่สามารถสร้างความเสียหายรุนแรงในพื้นที่ใกล้เคียงได้ทันที
ทีมวิจัยยังพบว่า การละลายของธารน้ำแข็งจากภาวะโลกร้อน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หน้าผาไม่มั่นคง โดยก่อนหน้านี้ธารน้ำแข็งทำหน้าที่ค้ำยันฐานภูเขาเอาไว้ เมื่อธารน้ำแข็งถอยร่น จึงเปิดทางให้หน้าผาพังถล่มลงสู่ทะเลได้ง่ายขึ้น
นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ความเสี่ยงของ "เมกะสึนามิ" ในอลาสกาอาจเพิ่มขึ้นมากกว่าหลายสิบเท่าเมื่อเทียบกับไม่กี่สิบปีก่อน ขณะที่ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่พื้นที่ธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะเรือสำราญที่นิยมล่องชมฟยอร์ดและธารน้ำแข็ง
...
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีรายงานว่า บริษัทเรือสำราญบางแห่งเริ่มยกเลิกเส้นทางเข้าเทรซี อาร์ม ฟยอร์ดแล้ว เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัย.
ที่มา : BBC
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ