บุตรชายของ ออง ซาน ซู จี อดีตผู้นำเมียนมา ออกมาเรียกร้องรัฐบาลเมียนมา แสดงหลักฐานยืนยันว่านางซูจียังมีชีวิตอยู่ หลังจากยังไม่ได้รับการติดต่อใด ๆ จากแม้ แม้เธอจะถูกย้ายไปกักบริเวณในบ้านแล้ว
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (5 พ.ค.) โดยคิม แอริส ได้ร้องขอความช่วยเหลือจาก ฝรั่งเศส ให้เข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบสถานะของมารดาอย่างอิสระ หลังจากที่เธอถูกควบคุมตัวมานานหลายปี
ก่อนหน้านี้ มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งขึ้นสู่อำนาจหลังรัฐประหาร ได้มีคำสั่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ให้ย้ายตัวออง ซาน ซู จี วัย 80 ปี จากสถานที่ควบคุมตัวไปสู่การกักบริเวณในบ้าน หลังจากควบคุมตัวเธอมานานกว่า 5 ปี นับตั้งแต่การรัฐประหาร
อย่างไรก็ตาม คิม แอริส เปิดเผยว่าเขายังไม่ได้รับการติดต่อจากมารดาแต่อย่างใด ทั้งที่เธอยังคงเป็นบุคคลสำคัญในประเทศเมียนมา
ในจดหมายที่ส่งถึงประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง ซึ่งสำนักข่าว AFP ได้เห็นเนื้อหา คิม แอริส ระบุว่า "ผมขอวิงวอนให้ฝรั่งเศสร่วมเรียกร้อง เพื่อให้เราได้รับหลักฐานยืนยันอย่างอิสระว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ และเพื่อให้มั่นใจว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของเธอได้รับการคุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็นการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม การเข้าถึงทนายความ และการติดต่อกับครอบครัว"
ด้านทนายความของออง ซาน ซู จี คือ ฟรองซัวส์ ซิเมเรย์ เปิดเผยว่า คิม แอริส ได้ยื่นจดหมายดังกล่าวให้กับรัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส ฌอง-โนเอล บาร์โรต์ ระหว่างการพบกันในวันเดียวกัน
ซิเมเรย์ยังระบุด้วยว่า พวกเขาไม่มีหลักฐานใด ๆ ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ ไม่มีภาพถ่ายมาหลายปี และแม้แต่การย้ายสถานที่ควบคุมตัวก็ยังไม่มีการยืนยัน พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธออยู่ที่ไหน
...
ก่อนหน้านี้ สำนักงานของมิน อ่อง หล่าย ได้เผยแพร่ภาพถ่ายที่ไม่ระบุวัน ซึ่งดูเหมือนเป็นภาพของออง ซาน ซู จี นั่งอยู่ข้างเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ 2 นายแต่ทนายความตั้งข้อสงสัยว่า ภาพดังกล่าวอาจไม่ใช่ของจริง หรืออาจถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI
ขณะที่ คาตาลินา เด ลา โซตา ทนายอีกคนหนึ่ง ระบุว่าทีมกฎหมายมีความกังวลอย่างมากต่อสุขภาพของเธอ พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดเธอจึงถูกปกปิดข้อมูลอย่างเข้มงวด ซึ่งอาจละเมิดหลักการตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ
ด้านกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสระบุว่า รัฐมนตรี ฌอง-โนเอล บาร์โรต์ ยืนยันระหว่างการหารือว่า ฝรั่งเศสจะยังคงผลักดันให้มีการปล่อยตัวออง ซาน ซู จี โดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข
ทั้งนี้ มิน อ่อง หล่าย ได้ก่อรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของออง ซาน ซู จี ในปี 2021 และดำเนินคดีหลายข้อหากับเธอ ซึ่งองค์กรสิทธิมนุษยชนมองว่าเป็นข้อหาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกันเธอออกจากเวทีการเมือง
เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่สงครามกลางเมืองในเมียนมา ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วหลายพันราย และทำให้ประชาชนหลายล้านคนต้องพลัดถิ่น ในประเทศที่มีประชากรราว 50 ล้านคน.
ที่มา :channelnewsasia
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ