ธนาคารโลกชี้ ความขัดแย้งตะวันออกกลางดันราคาพลังงานพุ่ง 24% ในปีนี้ กระทบเป็นลูกโซ่ทั่วโลก ทั้งพลังงาน ปุ๋ย โลหะ และเงินเฟ้อ เตือนประเทศกำลังพัฒนาเสี่ยงรับผลกระทบหนักสุด 

วันที่ 30 เมษายน 2569 ธนาคารโลก (World Bank) เผยรายงาน Commodity Markets Outlook ฉบับล่าสุด เมื่อคาดการณ์ว่า ราคาพลังงานโลกในปี 2569 จะเพิ่มขึ้นราว 24% จากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน ที่กำลังกดดันตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกอย่างหนัก

รายงานระบุว่า ราคาพลังงานในปีหน้ามีแนวโน้มสูงที่สุดนับตั้งแต่สงครามรัสเซียบุกยูเครน เมื่อปี 2565 โดยสมมติฐานของธนาคารโลกประเมินว่า สถานการณ์เลวร้ายที่สุดของความขัดแย้งจะเริ่มคลี่คลายในเดือนพฤษภาคม และการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะค่อยๆ กลับสู่ระดับก่อนสงครามภายในเดือนตุลาคม

อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกเตือนว่า ผลกระทบจากสงครามอิหร่านไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตลาดพลังงาน แต่ยังลุกลามไปยังสินค้าอื่นๆ เช่น ปุ๋ย โลหะ และวัตถุดิบสำคัญ โดยคาดว่าราคาปุ๋ยทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 31% เมื่อเทียบรายปี

อินเดอร์มิต กิลล์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลก กล่าวว่า สงครามกำลังกระแทกเศรษฐกิจโลกเป็นระลอก เริ่มจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ก่อนลามไปสู่ราคาอาหาร และท้ายที่สุดคือภาวะเงินเฟ้อ พร้อมเตือนว่า ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ทั้งจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง อัตราเงินเฟ้อเร่งตัว และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอลง.