พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า เกาหลีเหนือคือบทเรียนสำคัญในการปล่อยให้พัฒนานิวเคลียร์จนสำเร็จ สุดท้ายกลายเป็นประเทศที่ยับยั้งได้ยาก

วันที่ 29 เมษายน 2569 นายพีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ กล่าวระหว่างการไต่สวนในคณะกรรมาธิการกองทัพสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ว่าโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือคือบทเรียนสำคัญ โดยสหรัฐไม่ต้องการให้อิหร่านพัฒนาไปสู่จุดเดียวกับเกาหลีเหนือ ซึ่งแม้ในอดีตประชาคมโลกจะพยายามสกัดโครงการนิวเคลียร์แต่สุดท้ายเกาหลีเหนือยังสามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธได้สำเร็จ จนกลายเป็นประเทศที่ยากต่อการกดดันหรือหยุดยั้ง

โดยคำกล่าวของนายเฮกเซธ เป็นการปกป้องความชอบธรรมของปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านในรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เขายังกล่าวว่า ทั้งอิหร่านและเกาหลีเหนือใช้ยุทธศาสตร์คล้ายกัน คือสร้างเกราะป้องกัน ผ่านการสะสมขีปนาวุธ เพื่อป้องกันไม่ให้ชาติอื่นเข้าขัดขวางโครงการนิวเคลียร์

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า สถานการณ์ของเกาหลีเหนือแตกต่างจากอิหร่านอย่างมาก เนื่องจากเกาหลีเหนือมีอาวุธนิวเคลียร์อยู่แล้ว และมีศักยภาพตอบโต้สูง หากเกิดความขัดแย้งทางทหารอาจลุกลามเป็นสงครามใหญ่ในคาบสมุทรเกาหลี และดึงจีนกับรัสเซียเข้ามาเกี่ยวข้องได้

ด้าน จูลส์ เฮิร์สต์ รักษาการผู้ควบคุมงบประมาณกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน ซึ่งใช้ชื่อว่า “ออปเปอเรชัน เอพิก ฟิวรี” ทำให้สหรัฐใช้งบประมาณไปแล้วราว 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9.2 แสนล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นค่าอาวุธและกระสุน.