ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ หลังความพยายามเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังไร้ความชัดเจน ท่ามกลางความตึงเครียดต่อเนื่องในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก

วันที่ 29 เมษายน 2569 ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นมาตรฐานตลาดโลก ปรับขึ้นสูงสุด 4.1% แตะ 112.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในการซื้อขายวันอังคาร ก่อนปิดตลาดที่ 111.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.8% ส่วนน้ำมันดิบเวสต์ เทกซัส อินเตอร์มีเดีย ของสหรัฐฯ ปิดที่ 99.93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.7%

การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันเกิดขึ้น หลังสหรัฐฯ ยืนยันว่ายังคง "เส้นแดง" ในการเจรจากับอิหร่าน โดยเฉพาะประเด็นการไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จะอยู่ระหว่างพิจารณาข้อเสนอฉบับล่าสุดจากอิหร่านก็ตาม

โดยตลอดช่วงความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน ราคาน้ำมันเบรนต์พุ่งจากต่ำกว่า 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อต้นปี ไปแตะระดับสูงสุดถึง 119 ดอลลาร์ หลังอิหร่านปิดกั้นการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และเกิดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย

นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดกำลังจับตาสัญญาณการเจรจาสันติภาพอย่างใกล้ชิด และการไม่มีความคืบหน้ากำลังเพิ่มความกังวลว่าวิกฤตจะยืดเยื้อ ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงยังเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อทั่วโลก ส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางหลายประเทศอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ.

ที่มา Financial Times