รัสเซียเผย ยูเครนส่งโดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในเมืองติดทะเลดำเป็นครั้งที่ 3 ทำให้เกิดไฟลุกไหม้และต้องอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 28 เม.ย. 2569 ว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่า โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ของรัสเซียบริเวณริมฝั่งทะเลดำ ถูกโดรนของยูเครนโจมตีเป็นครั้งที่ 3 ในรอบเดือนนี้ ทำให้เกิด “เพลิงไหม้รุนแรง” และบีบให้ต้องมีการอพยพผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง

การโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน “ตูอัปเซ” (Tuapse) สองครั้งก่อนหน้านี้ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำมันรั่วไหลลงสู่ทะเลเป็นจำนวนมาก ขณะที่ชาวเมืองรายงานว่ามี “ฝนสีดำ” ตกลงมาทั่วเมืองและทิ้งคราบน้ำมันไว้ทุกหนแห่ง

รัฐบาลเครมลินของรัสเซียกล่าวหายูเครนว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นยิ่งซ้ำเติมสภาวะการขาดแคลนน้ำมันในตลาดพลังงานโลก และเป็นการกระตุ้นให้เกิดความไม่มั่นคงมากยิ่งขึ้น

ด้านกองทัพยูเครนยอมรับว่าเป็นผู้ดำเนินการโจมตีดังกล่าว โดยระบุว่าโรงกลั่นเหล่านี้เป็นแหล่งเงินทุนที่ช่วยสนับสนุนการรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบของรัสเซียที่เริ่มขึ้นในปี 2565

นายเวเนียมิน คอนดราตีเยฟ ผู้ว่าการแคว้น คราสโนดาร์ ของรัสเซีย กล่าวในวันอังคารว่า พนักงานดับเพลิงและเจ้าหน้าที่กู้ภัยคนอื่นๆ กำลังปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สภาวะที่ยากลำบากอย่างยิ่ง พร้อมยกย่องความพยายามของพวกเขาว่าเป็น “การกระทำที่กล้าหาญอย่างแท้จริง”

ส่วนนาย เซอร์เก บอยโค หัวหน้าเขตเทศบาลท้องถิ่น ได้ขอความร่วมมือให้ผู้อยู่อาศัยบนถนนใกล้เคียงอพยพออกจากพื้นที่ โดยมีการจัดตั้งศูนย์อพยพชั่วคราวขึ้นภายในโรงเรียนท้องถิ่นแห่งหนึ่งแล้ว

ในขณะเดียวกัน ศูนย์จัดการวิกฤตส่วนภูมิภาคแจ้งเตือนว่า เนื่องจากเหตุเพลิงไหม้ที่รุนแรง ส่งผลให้สารที่เกิดจากการเผาไหม้กระจายออกสู่ชั้นบรรยากาศ เจ้าหน้าที่ยังกระตุ้นให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย, ล้างจมูก, ตา และลำคอ รวมถึงปิดหน้าต่างให้มิดชิดและจำกัดเวลาการอยู่นอกเคหสถานด้วย

...

ทางด้านประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ได้สั่งการให้รัฐมนตรีกระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินบินด่วนไปยังเมือง ตูอัปเซ เพื่อดูแลปฏิบัติการดับเพลิงและการฟื้นฟูความเสียหาย

ส่วน ดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกของปูตินระบุว่า ยูเครนได้โจมตีคลังเก็บน้ำมันที่มีไว้เพื่อการส่งออก พร้อมกล่าวหายูเครนกำลังสร้างความสั่นคลอนต่อตลาดพลังงานโลก


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc