ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การที่ UAE ประกาศถอนตัวจากการเป็นสมาชิกกลุ่ม OPEC อาจส่งผลให้ชาติสมาชิกอื่นๆ เจริญรอยตาม จนสุดท้ายอาจนำไปสู่การล่มสลายของสมาคมผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกแห่งนี้

การที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ถอนตัวจาก OPEC จะสร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงต่อสมาคมผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกแห่งนี้ และอาจส่งผลถึงขั้นทำให้ “กลุ่มแตก” หาก OPEC ไม่มีการปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้สมาชิกรายอื่นตีตัวออกห่าง

หนึ่งในผลกระทบจากการถอนตัวของ UAE คือ OPEC จะสูญเสียรายได้มหาศาล โดยข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ระบุว่า ปีที่ผ่านมา OPEC มียอดขายน้ำมันรวม 4.55 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นรายได้จาก UAE ถึง 7.7 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 17%

นอกจากนั้น การสูญเสียผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 2 ของกลุ่ม อาจทำให้เกิดปรากฏการณ์โดมิโน คือประเทศอื่นอาจพิจารณาเจริญรอยตาม เพราะเดิมทีความสัมพันธ์ภายในกลุ่มก็ไม่มั่นคงอยู่แล้ว และความไม่สงบในภูมิภาคจากสงคราม รวมถึงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานฝีมืออิหร่าน ซึ่งเป็นสมาชิก OPEC ด้วยกันเอง อาจเป็นตัวเร่งให้กลุ่มแตกสลาย

สาเหตุหลักที่ทำให้ UAE ตัดสินใจออกจาก OPEC คือ ความอัดอั้นด้านโควตา โดย UAE ต้องการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเพื่อสร้างรายได้ ซึ่งขัดกับนโยบายลดกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC ยูเออียังต้องการเดินนโยบายพลังงานของตนเองโดยไม่ต้องอิงตามมติของซาอุดีอาระเบียและกลุ่มด้วย

“หากจะมีช่วงเวลาไหนที่ควรลาออก ก็คือตอนนี้แหละครับ” โรบิน มิลส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Qamar Energy ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาในดูไบ บอกกับ เบ็คกี้ แอนเดอร์สัน จากสำนักข่าว CNN “เราอาจจะได้เห็น คาซัคสถาน ลาออกเช่นกัน เพราะนั่นคืออีกหนึ่งผู้ผลิตรายใหญ่ที่ต้องการขยายกำลังการผลิต”

...

ด้านนาย เดวิด ออกซ์ลีย์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ด้านภูมิอากาศและสินค้าโภคภัณฑ์จาก Capital Economics กล่าวว่า “สายสัมพันธ์ที่ผูกมัดสมาชิก OPEC ไว้ด้วยกันเริ่มคลายตัวลงแล้ว”

เขาประเมินว่า การออกจากกลุ่มช่วยให้ UAE สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ตามต้องการหลังจากถูกจำกัดมานาน อย่างไรก็ตาม จะยังไม่มีผลกระทบในทันที เนื่องจากความต้องการน้ำมันดิ่งเหวในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาขณะที่ราคากระชากสูงขึ้น ประกอบกับคลังจัดเก็บน้ำมันเต็มขีดจำกัดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

แต่ในระยะยาว UAE มีศักยภาพที่จะสูบน้ำมันเพิ่มขึ้นได้ถึง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 1% ของความต้องการใช้ทั่วโลก การเพิ่มกำลังผลิตนี้อาจเป็นสิ่งจูงใจให้ประเทศอื่นตัดสินใจลาออกตามไป

นายออกซ์ลีย์คาดด้วยว่า หากในอนาคต OPEC ต้องยุบตัวลง ผลที่ตามมาอาจมีทั้งสองด้านคือ ราคาน้ำมันโลกอาจต่ำลง เนื่องจากไม่มีการควบคุมการผลิต แต่ในขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันจะมีความผันผวนมากขึ้น เพราะจะไม่มีองค์กรกลางที่คอยประสานงานเพื่อเพิ่มหรือลดกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกอีกต่อไป


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cnn