สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เตรียมถอนตัวจากการเป็นสมาชิกกลุ่ม OPEC กับ OPEC+ ในวันที่ 1 พ.ค.นี้ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งกำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อตลาดน้ำมัน

เมื่อ 28 เม.ย. 2569 สำนักข่าว WAM ของรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) รายงานว่า ยูเออีจะถอนตัวจากการเป็นสมาชิกของ “องค์การประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน” หรือ “โอเปก” (OPEC) และกลุ่ม “โอเปกพลัส” (OPEC+) ซึ่งมีรัสเซียรวมอยู่ด้วย ในวันที่ 1 พ.ค. 2569 นี้

แถลงการณ์ระบุว่า “การตัดสินใจครั้งนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์และเศรษฐกิจระยะยาวของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงการพัฒนาภาคพลังงาน ซึ่งรวมถึงการเร่งรัดการลงทุนในการผลิตพลังงานภายในประเทศ”

ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการสั่นคลอนครั้งใหญ่ต่อ OPEC และผู้นำกลุ่มอย่างซาอุดีอาระเบีย โดยปัจจุบันกลุ่ม OPEC มีสัดส่วนการผลิตน้ำมันรวมกันถึง 36% ของโลก และควบคุมน้ำมันสำรองที่พิสูจน์แล้วเกือบ 80% ของโลก

การตัดสินใจของยูเออีมีสาเหตุหลักมาจาก ยูเออี ต้องการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเพื่อสร้างรายได้ ซึ่งขัดกับนโยบายลดกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC แม้พวกเขาจะพยายามผลักดันขอเพิ่มโควตาการผลิตมาอย่างยาวนาน

ยูเออียังต้องการเดินนโยบายพลังงานของตนเองโดยไม่ต้องอิงตามมติของซาอุดีอาระเบียและกลุ่ม ในขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและปัญหาการส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เป็นตัวเร่งการตัดสินใจของยูเออี

“การตัดสินใจออกจาก OPEC ของยูเออี สะท้อนถึงวิวัฒนาการทางนโยบายที่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานของตลาดในระยะยาว เรายังคงมุ่งมั่นต่อความมั่นคงทางพลังงาน โดยจะจัดหาแหล่งพลังงานที่น่าเชื่อถือ รับผิดชอบ และมีคาร์บอนต่ำ พร้อมทั้งสนับสนุนเสถียรภาพของตลาดโลก” ซูฮาอิล อัล มาซรูอี รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของยูเออี โพสต์ผ่าน X

...

ทั้งนี้ กลุ่ม OPEC ก่อตั้งขึ้นในปี 2503 โดยชาติสมาชิกเริ่มต้นประกอบด้วย ซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน อิรัก เวเนซุเอลา และคูเวต ส่วนยูเออีเข้าเป็นสมาชิกในอีก 7 ปีต่อมา

ยูเออีติดอันดับ 1 ใน 10 ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีสัดส่วนการผลิตคิดเป็นประมาณ 3% ถึง 4% ของน้ำมันทั่วโลก


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cnn