ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุพยายามใช้อาวุธบุกโจมตีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลภายในงานเลี้ยงสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. คือ "ชายที่มีอาการป่วยทางจิต" และเคยถูกครอบครัวแจ้งเตือนต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายมาก่อน
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 20:35 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันเสาร์ (25 เม.ย.) ระหว่างงานเลี้ยงสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว (WHCA) ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าร่วมจำนวนมาก อาทิ รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์, โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รัฐมนตรีสาธารณสุข และคาโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว
คนร้ายได้ยิงปืนลูกซองใส่เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดี บริเวณจุดตรวจความปลอดภัย แต่โชคดีที่กระสุนติดเสื้อกันกระสุนทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่คนร้ายจะถูกชาร์จตัวไว้ได้ ทรัมป์และคณะถูกพาตัวไปยังพื้นที่ปลอดภัยทันที
ทรัมป์กล่าวในการสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ว่า ผู้ต้องสงสัยซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าชื่อนาย "โคล โทมัส อัลเลน" อายุ 31 ปี จากเมืองทอร์แรนซ์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้โพสต์สิ่งที่ทรัมป์อธิบายว่าเป็นแถลงการณ์ "ต่อต้านศาสนาคริสต์"
ทรัมป์กล่าวกับรายการ "60 Minutes" ของสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส หนึ่งวันหลังจากการยิงที่โรงแรมแห่งหนึ่งในวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อคืนวันเสาร์ว่า "เขาเคยเป็นคริสเตียน เป็นผู้ศรัทธา แล้วเขาก็กลายเป็นผู้ต่อต้านศาสนาคริสต์ และเขาก็เปลี่ยนไปมาก" "เขาน่าจะเป็นคนป่วยทางจิต"
ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังกล่าวว่าเขา "ไม่รู้สึกกังวล" ขณะที่เขาถูกอพยพออกจากงานเลี้ยงอาหารค่ำผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว หลังจากที่มือปืนพยายามบุกเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง "ผมไม่กังวล ผมเข้าใจชีวิต เราอยู่ในโลกที่บ้าคลั่ง"
...
ในแถลงการณ์ นายอัลเลนเรียกตัวเองว่า "มือสังหารรัฐบาลกลางที่เป็นมิตร" และกล่าวว่าเขาวางแผนที่จะโจมตีเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์ โดยเรียงลำดับจากระดับสูงสุดไปจนถึงระดับต่ำสุด แต่ไม่รวมถึงนายคาช พาเทล ผู้อำนวยการ FBI นายอัลเลนยังอ้างถึงหลักศาสนศาสตร์ของศาสนาคริสต์ โดยกล่าวว่าเขากำลังพยายามปกป้องผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาล "การหันแก้มอีกข้างให้เมื่อ *คนอื่น* ถูกกดขี่ไม่ใช่พฤติกรรมของชาวคริสต์ แต่มันคือการสมรู้ร่วมคิดในอาชญากรรมของผู้กดขี่"
ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ระบุว่า ประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรี "ยืนหยัดอย่างไม่หวาดหวั่น" หลังรอดพ้นจากความพยายามลอบสังหาร ขณะที่ "เจียง เว่ยเจีย" ประธานสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว ซึ่งนั่งติดกับทรัมป์ในงานเลี้ยงดังกล่าว ระบุว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ "น่าหวาดผวา" และขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ช่วยปกป้องแขกหลายพันคนในงาน
ในแถลงการณ์ของคนร้ายยังได้เยาะเย้ยความหละหลวมของโรงแรม โดยระบุว่าเขาสามารถเดินถืออาวุธหลายชนิดเข้ามาได้โดยไม่มีใครสงสัย ขณะที่ผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า อัลเลนเดินทางด้วยรถไฟ Amtrak จากนครลอสแอนเจลิสมายังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งการเดินทางด้วยรถไฟในสหรัฐฯ ไม่ต้องผ่านเครื่องตรวจจับโลหะแบบสนามบิน
เจ้าหน้าที่กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงปะทะกับผู้ต้องสงสัยและสกัดกั้นเขาได้ และ "เชื่อว่า" ผู้ต้องสงสัยได้ยิงปืน อย่างไรก็ตาม ผู้ก่อเหตุไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกาย ตำรวจกล่าวว่าเขามีปืนสองกระบอก รวมถึงมีดหลายเล่ม
เหตุการณ์นี้ทำให้ทรัมป์ใช้โอกาสนี้โปรโมทโครงการก่อสร้าง "ห้องจัดเลี้ยงลับสุดยอดทางทหาร" ภายในทำเนียบขาว โดยระบุบนทรูธโซเชียลว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นหากจัดในสถานที่ดังกล่าว
นายทอดด์ แบลนซ์ รักษาการอัยการสูงสุด เปิดเผยว่าอัลเลนจะถูกฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางในข้อหาทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ, ยิงอาวุธปืน และพยายามฆ่าเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเจ้าหน้าที่จะสืบสวนต่อไปว่ามีความเชื่อมโยงกับต่างชาติ (อิหร่าน) หรือไม่อย่างไร
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวย้ำเตือนถึงกระแสความรุนแรงทางการเมืองในสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงประณามจากผู้นำทั่วโลก ขณะที่ทำเนียบขาวยืนยันว่ากำหนดการเสด็จเยือนสหรัฐฯ ของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรในวันจันทร์นี้จะยังคงดำเนินต่อไปตามเดิม.