ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุเป็นความพยายามลอบสังหารของ "คนป่วยทางจิต" หลังชายคนหนึ่งพุ่งเข้าจุดตรวจความปลอดภัยพร้อมอาวุธหลายชนิด ที่งานเลี้ยงผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ก่อนถูกเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขายิงสกัดและควบคุมตัวไว้ได้ ระบุผู้ต้องสงสัยเป็นครูจากรัฐแคลิฟอร์เนีย
ค่ำคืนอันหรูหราที่โรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน กลายเป็นความโกลาหล เมื่อเกิดเหตุยิงกันกลางงานเลี้ยงประจำปีของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว (WHCA) ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังนั่งอยู่บนเวทีต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติในชุดราตรีและทักซิโด้จำนวนมาก
ผู้ก่อเหตุได้รับการระบุตัวคือ นายโคล อัลเลน วัย 31 ปี อาชีพครู ซึ่งอาศัยอยู่ในย่านชานเมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย เขาอาศัยจังหวะในบริเวณพื้นที่จัดเก็บรถเข็นบาร์ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล ประกอบปืนที่มีลักษณะ "ลำกล้องยาว" ก่อนจะบุกไปยังจุดตรวจรักษาความปลอดภัยและเปิดฉากยิงเพื่อหวังจะเข้าไปยังห้องจัดเลี้ยงใหญ่ ตำรวจวอชิงตัน ดี.ซี. ระบุว่า ผู้ต้องสงสัยมีอาวุธปืนลูกซอง ปืนพก และมีด
พยานในเหตุการณ์เล่าว่า เสียงปืนที่ดังขึ้นทำให้บรรยากาศภายในงานซึ่งเต็มไปด้วยแขกในชุดราตรีและสูทหรู กลายเป็นความโกลาหล ผู้ร่วมงานจำนวนมากหมอบลงกับพื้นตามเสียงตะโกน “หมอบลง!” ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดีพร้อมอาวุธครบมือรีบเข้าล้อมตัวประธานาธิบดีทรัมป์และพาวิ่งออกทางม่านด้านหลังเวทีอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางแขกคนสำคัญอย่างนายโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รมว.สาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ต้องหาที่หลบภัยใต้โต๊ะ
ภายหลังเหตุการณ์ ผู้เข้าร่วมงานหลายร้อยคนถูกอพยพออกจากห้องจัดเลี้ยงไปยังพื้นที่ปลอดภัย ท่ามกลางการปิดล้อมพื้นที่โดยตำรวจ และการระดมกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยยืนยันว่าผู้นำสหรัฐและบุคคลสำคัญทั้งหมดปลอดภัย
...
เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าหนึ่งในกระสุนที่ยิงออกไปนั้นโดนเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบที่สวมชุดเกราะป้องกันตัว โดยเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดีรายนี้กำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเนื่องจากได้รับบาดเจ็บ
หลังเหตุการณ์สงบลง ทรัมป์ได้แถลงเคียงข้างผู้อำนวยการ FBI โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้คือความพยายามลอบสังหารจาก "คนป่วยทางจิตที่ลงมือเพียงคนเดียว" เขายอมรับว่าตอนแรกหวังว่าเสียงที่ได้ยินจะเป็นเพียงเสียงถาดตกพื้น แต่ความจริงกลับเป็นกระสุนปืน
ทรัมป์กล่าวว่า สถานที่จัดงาน "ไม่ใช่อาคารที่มีความปลอดภัยสูง" พร้อมย้ำถึงความจำเป็นในการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยอ้างถึงแผนการสร้างห้องจัดเลี้ยงในทำเนียบขาวที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งจะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้น
ทรัมป์ยังเปิดเผยความรู้สึกว่า "ผมสู้ขาดใจเพื่อที่จะอยู่บนเวทีต่อ" แต่เจ้าหน้าที่บังคับให้อพยพตามกฎความปลอดภัย นอกจากนี้เขายังระบุว่าเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบทางจิตใจต่อ เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งอย่างมาก แต่เขายืนยันว่าเขาจะไม่กลายเป็นคนขวัญอ่อน "ผมทำสิ่งนี้เพื่อประเทศชาติ" ทรัมป์กล่าว
เมื่อถูกถามว่าเหตุใดเขาจึงถูกปองร้ายบ่อยครั้ง โดยอ้างถึงเหตุการณ์ที่เมืองบัตเลอร์ ในรัฐเพนซิลเวเนียและขณะที่เขาเล่นกอล์ฟที่เมืองปาล์มบีชก่อนหน้านี้ ทรัมป์ตอบว่าเขาได้ศึกษาประวัติศาสตร์การลอบสังหารมาอย่างดี และเชื่อว่าผู้ที่สร้างผลกระทบต่อโลกได้มากที่สุด มักจะเป็นเป้าหมายเสมอ เช่นเดียวกับ อับราฮัม ลินคอล์น
เขายังทิ้งท้ายด้วยสถิติที่น่าสนใจว่า ราว 5.8% ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยถูกลอบยิง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นอาชีพที่อันตรายยิ่งกว่านักแข่งรถหรือคนขี่วัวกระทิง แต่เขาก็พร้อมรับความเสี่ยงในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด
นายทอดด์ แบลนซ์ รักษาการอัยการสูงสุด แถลงว่าเหตุการณ์คืนนี้เผยให้เห็นทั้ง "จุดที่แย่ที่สุด" คือการใช้ความรุนแรง และ "จุดที่ดีที่สุด" คือการปฏิบัติหน้าที่อย่างเฉียบขาดของเจ้าหน้าที่ พร้อมสัญญาว่าจะดำเนินคดีกับนายโคล อัลเลน อย่างถึงที่สุด ด้านนายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยกำลังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลใกล้เคียง และยังคงอยู่ในการควบคุมตัวของตำรวจ
ทั้งนี้ งานเลี้ยงดังกล่าวจะถูกเลื่อนไปจัดใหม่ภายใน 30 วันข้างหน้า โดยทรัมป์กล่าวติดตลกทิ้งท้ายว่า "ครั้งหน้าผมอาจจะพูดให้น่าเบื่อขึ้นและทำตัวเป็นคนดีขึ้น เพื่อความปลอดภัย" สื่อมวลชนและทำเนียบขาวกำลังจับตาดูมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มข้นขึ้นหลังจากนี้เป็นลำดับแรก
ฌานีน พีร์โร อัยการสหรัฐประจำกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยถูกตั้งข้อหา 2 กระทง ในข้อหาใช้อาวุธปืนก่ออาชญากรรมรุนแรง และทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางโดยใช้อาวุธร้ายแรง เธอกล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยจะถูกนำตัวขึ้นศาลรัฐบาลกลางในวันที่ 27 เม.ย. นี้
ที่มา BBC / New York Post