กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรขั้นรุนแรงต่อ "ก๊ก อาน" สมาชิกวุฒิสภากัมพูชา และเครือข่ายนอมินีรวม 29 ราย หลังพบหลักฐานเป็นเบื้องหลังเครือข่ายสแกมเมอร์ยักษ์ใหญ่ที่ใช้เล่ห์เหลี่ยม "หลอกให้รักแล้วชวนลงทุน" ดูดเงินชาวอเมริกันรวมกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์

สำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างประเทศ (OFAC) สังกัดกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกประกาศขึ้นบัญชีดำ นายก๊ก อาน (Kok An) สมาชิกวุฒิสภากัมพูชาและนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล พร้อมด้วยบุคคลและนิติบุคคลในเครือข่ายรวม 29 ราย ในฐานะผู้บงการและให้การสนับสนุนเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลแก่พลเมืองอเมริกัน

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ ระบุว่า "การขจัดปัญหาการฉ้อโกงเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดของรัฐบาลชุดนี้ กระทรวงการคลังจะเดินหน้าจัดการกับมิจฉาชีพและศูนย์สแกมเมอร์ที่ขโมยเงินของชาวอเมริกันผู้ขยันขันแข็ง ไม่ว่าพวกมันจะดำเนินงานที่ไหนหรือจะมีเส้นสายทางการเมืองที่แข็งแกร่งเพียงใดก็ตาม"

ข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า ในปี 2024 ชาวอเมริกันสูญเสียเงินจากแก๊งหลอกลวงในภูมิภาคนี้ไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 66% จากปีก่อนหน้า โดยหนึ่งในรูปแบบที่พบบ่อยคือการหลอกลงทุนคริปโต

รายงานระบุว่า เครือข่ายของนายก๊ก อาน ใช้อาคารภายในกาสิโนและนิคมสำนักงานหลายแห่งในเมืองปอยเปต, สีหนุวิลล์ และบาเวต เป็นฐานปฏิบัติการ โดยมิจฉาชีพจะใช้วิธีสร้างโปรไฟล์ปลอมทำความสนิทสนมหรือความสัมพันธ์เชิงชู้สาว หรือ "โรมานซ์ สแกม" เพื่อล่อลวงให้เหยื่อโอนเงินออมไปลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่มีอยู่จริง

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังพบความโหดร้ายภายในค่ายสแกมเมอร์เหล่านี้ โดยระบุว่าพนักงานส่วนใหญ่คือเหยื่อของการค้ามนุษย์ที่ถูกหลอกไปทำงาน ถูกยึดหนังสือเดินทาง และถูกบังคับให้ทำผิดกฎหมายภายใต้การขู่เข็ญด้วยความรุนแรง หากทำยอดไม่ได้ตามเป้าจะถูกทำร้ายร่างกายหรือบังคับประเวณี

...

นายก๊ก อาน ใช้บริษัทในเครืออย่าง Crown Resorts และ Anco Brothers Co Ltd เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์และกาสิโนเพื่อเป็นฐานให้มิจฉาชีพเช่า และใช้ระบบรักษาความปลอดภัยของตนเองในการควบคุมพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมขบวนการรายสำคัญอย่าง ริตธี รักสะไม (Rithy Raksmei) เจ้าของเครือ K99 Group และนักลงทุนชาวพม่าที่ได้สัญชาติกัมพูชาอย่าง  Aik Paung และ Sai Aung Linn ซึ่งดูแลทั้งกาสิโนและธนาคาร Heng Feng Cambodia Bank เพื่อใช้ในการฟอกเงิน

ในส่วนของปฏิบัติการที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ กระทรวงยุติธรรมพบว่ามีกลุ่มสมรู้ร่วมคิดในสหรัฐฯ คอยรับโอนเงินจากเหยื่อก่อนส่งต่อไปยังกัมพูชา โดยมีรายงานว่า หลัว หง (Luo Hong) เจ้าของบริษัทก่อสร้างในกัมพูชา ได้รับเงินโอนโดยตรงจากกลุ่มนี้กว่า 1.3 ล้านดอลลาร์

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการประสานงานร่วมกันของหน่วยงานระดับสูงหลายภาคส่วน ทั้ง FBI, หน่วยสืบราชการลับ และกระทรวงยุติธรรม โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เสนอเงินรางวัลสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ สำหรับข้อมูลที่นำไปสู่การยึดทรัพย์สินจากศูนย์สแกมเมอร์ในพม่า และอีก 4 ล้านดอลลาร์ สำหรับการจับกุมนายดาเรน ลี (Daren Li) ผู้ต้องหาฟอกเงินที่อยู่ระหว่างหลบหนี และสั่งยึดโดเมนเว็บไซต์ปลอมที่ใช้หลอกลงทุนคริปโตจำนวน 503 แห่ง และแอปพลิเคชันส่งข้อความที่ใช้รับสมัครเหยื่อค้ามนุษย์

จากการขึ้นบัญชีดำในครั้งนี้ ทรัพย์สินทั้งหมดของนายก๊ก อาน และเครือข่ายที่อยู่ในสหรัฐฯ หรืออยู่ในความครอบครองของบุคคลสัญชาติอเมริกันจะถูกระงับทันที และห้ามไม่ให้บุคคลอเมริกันเข้าทำธุรกรรมใดๆ กับรายชื่อเหล่านี้ ผู้ฝ่าฝืนจะต้องเผชิญโทษหนักทั้งทางแพ่งและอาญา

ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการกดดันรัฐบาลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะกัมพูชา พม่า และลาว ให้เร่งจัดการกับปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ที่กำลังเป็นภัยคุกคามระดับโลก.


ที่มา U.S. Department of the Treasury